ปธ.ชมรมคนรักผืนป่า เตรียมยื่น ศปป.4 ตรวจสอบ บริษัทดัง

253

ปธ.ชมรมคนรักผืนป่า เตรียมยื่น ศปป.4 กอ.รมน.ตรวจสอบ บริษัทดังออกโฉนดโดยมิชอบทับลำรางสาธารณะ สร้างกำแพงรุกล้ำป่าอุทยานเขาใหญ่

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ก.ค.66 นายเสกสรร เสนาชู ประธานชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ เปิดเผยต่อสื่อว่า ชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ เตรียมยื่น ร้องเรียนต่อ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบกรณีบริษัทชื่อดังได้ออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ และก่อสร้างรั้วกำแพงเกินจากเอกสารสิทธิที่ดินรุกล้ำแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ทั้งนี้ทางชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ ได้ไปยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัทดังกล่าวโดยมิชอบ ซึ่งต่อมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยคณะทำงานได้ตรวจพบว่า บริษัทได้มีการออกเอกสารสิทธิที่ดินทับลำรางธรรมชาติ และมีการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็ได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด

ต่อมาชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ ได้มีหนังสือขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบกรณีบริษัทมีการออกโฉนดที่ดินในเขตป่าไม้ถาวรและในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนตามเลขสืบสวนที่ 103/2560 โดยได้เริ่มลงสืบสวนตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 พบการปรับสภาพพื้นที่มีการขุดเป็นบ่อกักเก็บน้ำ มีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางน้ำที่มีอยู่เดิมที่ประชาชนใช้ร่วมกัน และได้ให้ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรม ด้านวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่ ดำเนินการอ่าน แปรภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในที่ดินของบริษัทตั้งแต่ปี 2496 – 2560 ผลการดำเนินการ ปรากฏว่า พื้นที่ของบริษัทตามเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน จำนวน 20 แปลง เนื้อที่ 226 – 3 – 43 ไร่ ในปี พ.ศ. 2496 ที่ดินดังกล่าว เป็นป่าเบญจพรรณเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ เป็นไม้พุ่มและไม่ได้ทำประโยชน์ที่ดิน จำนวน 7 แปลง เนื้อที่ 105 – 2 – 25ไร่

นอกจากนี้ชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ ทราบว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบที่ดินของบริษัท กรณีออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินไม่ถูกต้องในเขตป่าไม้ถาวรและในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ตอบหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สรุปว่า ที่ดินของบริษัท ส่วนใหญ่ได้ออกมาจาก ส.ค. 1 ที่มีสภาพเป็นป่าไม่พบการทำประโยชน์ตามที่แจ้งในแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. 1)

 

ดังนั้น เอกสารสิทธิที่ออกจาก ส.ค. 1 ดังกล่าว จึงเชื่อว่าเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนั้นผลจากการอ่าน แปลภาพถ่ายทางอากาศ ในช่วงปี พ.ศ. 2496, 2510, และ 2518 พื้นที่ตามโฉนดของบริษัทเดิม เคยมีลำรางธรรมชาติไหลผ่าน แต่ต่อมาได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับลำรางธรรมชาติดังกล่าว ดังนั้น โฉนดที่ดินที่ออกมาจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว จึงเป็นการออกโดยมิชอบตามกฎหมาย

 

จากการตรวจสอบของชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ ตามหนังสือศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา ที่ มท 0516.3/378 ลงวันที่ 21 มกราคม 2552 เห็นได้ชัดเจนว่า บริษัทได้นำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเกินจากหลักฐานเดิม คือ ออกโฉนดเกินจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก.เป็นจำนวนมา

ดังนั้น ชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของบริษัทดังต่อไปนี้

​1. ขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัทที่ออกทับลำรางธรรมชาติ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางน้ำให้เปลี่ยนไปจากสภาพเดิม

​2. ขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัทที่ออกมาจากหลักฐานเดิมที่มีสภาพเป็นป่าไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์มาก่อน

​3. ขอให้ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัทที่ออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินเกินจากหลักฐานเดิมในเขตปฏิรูปที่ดิน

​4. ขอให้ตรวจสอบแนวรั้วกำแพงด้านทิศตะวันออกที่ก่อสร้างเกินจากเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินรุกล้ำแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งศาลปกครองนครราชสีมาพิพากษาแล้วว่า บริษัทได้ก่อสร้างรั้วกำแพงรุกล้ำเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จริง

​5. ขอให้ตรวจสอบการก่อสร้างแนวรั้วกำแพงของบริษัทเพื่อเจตนาครอบครองที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

​นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าคณะเจ้าหน้าที่ที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้กับบริษัทนั้น ทางชมรมคนรักป่าทวงคืนผืนป่ากลับธรรมชาติ ทราบว่า ได้มีการออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินให้กับที่ดินแปลงอื่นในลักษณะเดียวกันจนศาลจังหวัดสีคิ้ว ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ให้จำคุกเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเป็นเวลา 10 ปี อีกด้วย ข่าวภูมิภาค กาญจนบุรี วันชัย แก้ววิลัย 0852330789