พรรคก้าวไกล พร้อมคณะ รับยื่นหนังสือเรื่องที่ดินและไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินของตนเองได้

81

เวลา14.30 น. 10 ส.ค.66 จุดรับยื่นหนังสือ ชั้น 1 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส. พรรคก้าวไกล พร้อมคณะ รับยื่นหนังสือจากนายธนภัทร พงศ์สกุล ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินและไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินของตนเองได้ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งการครอบครอง สค.1 เนื้อที่ 50 ไร่ ต้นยางพาราอายุเกือบ 100 ปี โดยถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุมดำเนินคดี 2 ครั้ง ละเมิดคำสั่งศาล ขัดขวางการรังวัดออกโฉนดที่ดิน คัดค้านการออกโฉนดที่ดิน และขับไล่คนในครอบครัวออกจากพื้นที่ดินทำกินของตนเองตั้งแต่ปี 2547 เป็นระยะเวลา 19 ปี จนถึงปัจจุบัน และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชคดีหมายเลขแดงที่ 1003/2557 พิพากษาที่ดิน สค.1 ให้นายธนภัทร แพ้คดี สั่งจำคุก และเสียค่าปรับ กรมอุทยานฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในที่ดิน สค.1 เป็นเงินจำนวน 1,164,917 บาท คดีหมายเลขดำที่ พ.167/2566 ศาลปกครองนครศรีธรรมราช คดีหมายเลขดำที่ 36/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 12/2565 พิพากษาที่ดิน สค.1 ให้เจ้าพนักงานที่ดินส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์สิทธิที่ดิน โดยคณะกรรมการและผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เห็นด้วยกับการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งตนได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานแต่ก็ไม่คืบหน้า ทั้งนี้ ที่ดิน สค.1 นั้นถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ตนและบุคคลในครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากขาดรายได้เพราะไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินของตนเองได้

ด้านนายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า แม้ว่าตนจะเป็น สส.กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากพรรคก้าวไกลกำลังพยายามทำการเมืองใหม่และยินดีรับเรื่องไว้ โดยจะดำเนินการให้อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ทางสภายังไม่มีคณะ กมธ. จึงจะขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะ กมธ. อย่างเร่งด่วนเนื่องจากประชาชนไม่สามารถรอได้ เราต้องทำทุกอย่างให้พี่น้องประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเร็วที่สุด และให้คำมั่นสัญญาว่าเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจะไม่หายไปไหน โดยพรรคก้าวไกลจะพยายามผลักดันให้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

ขณะที่นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ กล่าวว่า สภาเป็นสถานที่ที่พี่น้องประชาชนจะนำปัญหาความเดือดร้อนเข้ามาเพื่อให้มีการแก้ไข แต่ขณะนี้เราไม่มีคณะ กมธ. ที่จะใช้เป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงคาดหวังว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะตั้งคณะ กมธ.สามัญให้ครบถ้วนเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ในฐานะอนุกรรมการขับเคลื่อนรัฐสภาเพื่อประชาชน ในคณะกรรมการขับเคลื่อนรัฐสภาโปร่งใสและสมรรถนะสูง ซึ่งคาดหวังว่าสภาจะเปิดรับพี่น้องประชาชนและตอบรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างสะดวก ง่าย และมีกลไกให้ประชาชนตรวจสอบข้อร้องเรียนของตนเองได้