แถลงนโยบายแก่ ผู้พิพากษาและข้าราชการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ พร้อมใจสู่เป้าหมาย “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก”

41

นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา คนที่ 49 แถลงนโยบายแก่ ผู้พิพากษาและข้าราชการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ พร้อมใจสู่เป้าหมาย “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก”

วันนี้ (4 ต.ค. 66) เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกาคนที่ 49 มอบนโยบายประธานศาลฎีกา ปี 2566 – 2567 “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก” “Dependability Fairness Equality Modernization”แก่ผู้พิพากษาและข้าราชการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ มีรายละเอียด ดังนี้ “ที่พึ่ง” ศาลยุติธรรมพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในโอกาสแรกที่ได้รับความเดือดร้อนหรือ

มีข้อพิพาท โดยมุ่งเน้นส่งเสริมกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือก การพัฒนาช่องทางในการเข้าถึง ความยุติธรรม รวมทั้งการปฏิรูประบบงานเพื่อขจัดขั้นตอนซ้ำซ้อน

“เที่ยงธรรม” ศาลยุติธรรมยืนหยัดเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม

เป็นหลักประกันแห่งสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชน พิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดยบุคลากรที่มีความรู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในกฎหมายและสาขาวิทยาการต่าง ๆ

“เท่าเทียม” ศาลยุติธรรมยึดมั่นในการอำนวยความยุติธรรมอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน พัฒนามาตรฐาน

การปล่อยชั่วคราว รวมทั้งการจัดหาทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายให้แก่ประชาชนในการต่อสู้คดีอย่างมีประสิทธิภาพ

“ทันโลก” ศาลยุติธรรมเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ทันสมัยในการบริหาร งานคดี พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อประสิทธิภาพในการบริการประชาชน

ทั้งนี้ นางอโนชา ประธานศาลฎีกา เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการอำนวยความยุติธรรม

โดยมุ่งพัฒนาระบบยุติธรรมและหลักนิติธรรม ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนส่วนรวมภายใต้วิสัยทัศน์ “ต่อยอด” อันได้แก่การสานต่อนโยบายเดิมที่ทำสำเร็จแล้วและที่ยังดำเนินการอยู่ให้สำเร็จ “ขยายผล”ด้วยการระดมสรรพกำลัง นำผลงานที่ประสบความสำเร็จแล้วมาใช้อย่างเต็มที่และขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทั่วถึง

และ “สร้างสรรค์ความยุติธรรมที่ยั่งยืนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ด้วยการคิดค้นนวัตกรรม หรือแผนงานใหม่ ๆ เพื่อให้ความยุติธรรมธำรงอย่างมั่นคง สามารถตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประชาชน โดยจะขับเคลื่อนและสานต่อนโยบายของประธานศาลฎีกาในอดีต

นำมาผสมผสานกับนโยบายที่จัดทำขึ้นใหม่ เพื่อให้การดำเนินการในทุกยุคสมัยมีความต่อเนื่องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน