ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะทำงานพัฒนา ระบบไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง พร้อมเป็นที่พึ่งแรกของประชาชน

140

นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะทำงานพัฒนา ระบบไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง พร้อมเป็นที่พึ่งแรกของประชาชน

ภายหลังดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา และกำหนดแนวทางการบริหารงานแก่ศาลยุติธรรม

ทั่วประเทศ ภายใต้นโยบาย “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก” นางอโนชา ชีวิตโสภณ

ประธานศาลฎีกาคนที่ 49 ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบ

ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายด้านกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

ทั้งก่อนฟ้อง และระหว่างการพิจารณาของศาล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พัฒนาช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปฏิรูประบบงาน ขจัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนล่าช้าอันจะเป็นอุปสรรคในการบริการประชาชน โดยมีนายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นประธานคณะทำงาน นายปรัชญา อยู่ประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแพ่ง นายเนติภูมิ มายสกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดธัญบุรีช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา นายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรีช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา และผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมตุลาการ นิติกร ข้าราชการชำนาญการ รวม 11 คนร่วมคณะทำงาน

สำหรับภารกิจสำคัญ “คณะทำงานพัฒนาระบบไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง” มีอำนาจหน้าที่ศึกษาระบบ จัดทำคู่มือแก่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศเพื่อนำไปใช้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน พัฒนาช่องทางระบบ

ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องที่ประชาชนเข้าถึงโดยสะดวกรวดเร็ว ไม่ก่อภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน ประสานความร่วมมือ จัดประชุมระดมความคิดเห็นกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพในระบบไกล่เกลี่ย เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องในศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องและการไกล่เกลี่ยระหว่างพิจารณาคดีของศาล โดยจะรายงานผลดำเนินการตามภารกิจทั้งหมดต่อประธานศาลฎีกาทราบต่อไป

โดยการขับเคลื่อนและส่งเสริมกระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือกให้สามารถไกล่เกลี่ยได้

ในทุกขั้นตอน นอกจากช่วยให้ความขัดแย้งยุติลงด้วยความสมานฉันท์แล้วยังลดภาระค่าใช้จ่ายแก่คู่ความ โดยศาลยุติธรรมพร้อมเสมอจะเป็นที่พึ่งของประชาชนในโอกาสแรก จึงขอเชิญชวนประชาชน

ที่มีข้อพิพาทไม่ว่ากรณีใด ๆ สามารถขอใช้บริการได้ที่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด