ศาลเยาวชนห่วงเยาวชนเชิงรุกเข้าโรงเรียนเตือนภัยโซเชียล

23

ศาลเยาวชนห่วงเยาวชนเชิงรุกเข้าโรงเรียนเตือนภัยโซเชียล #อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เปิดโครงการ “ไกล่เกลี่ยทั่วไทย ร่วมใจสานสันติ”ลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน พบสาเหตุเกิดจากสื่อโซเชียล

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ 29 มิ.ย.66 ที่หอประชุมพระราชวิสุทธิเมธี (เจ้าคุณปัญญา)โรงเรียนวิสุทธรังษี ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นายบุญชัย กริชชาญชัย อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไกล่เกลี่ยทั่วไทย ร่วมใจสานสันติ”กิจกรรมอบรมผู้ไกล่เกลี่ยรุ่นเยาว์ และพิธีมอบป้ายเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจำโรงเรียน โดยมีนางสาวฉายลักษ์ ผิรังคะเปาระ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรีกล่าวรายงาน มีนางสายพร อินทนินท์ นางกัลยกร จงสกุล ผู้ประนีประนอมฯ นางสาวสิธยา อนุสนธิ์ นักจิตวิทยาชำนาญการพิเศษ เป็นพิธีกรบรรยายให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน และมีนายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี เป็นผู้รับมอบป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจำโรงเรียนวิสุทธรังษี

โดย นายบุญชัย กริชชาญชัย อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 เปิดเผยว่า โครงการไกล่เกลี่ยทั่วไทย ร่วมใจสานสันติ เป็นโครงการของศาลเยาชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้ดำเนินโครงการแล้วนำไปปรึกษากับหัวหน้าจึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว จุดประสงค์เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาและในสถานที่ต่างๆ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจว่าประโยชน์ของการไกล่เกลี่ย ประโยชน์ของการที่ได้มีการตกลงประนีประนอมกันนั้นมีความสำคัญอย่างไร โดยจะทำให้เด็กที่ได้รับการอบรมไม่มีความรุนแรง เพราะจะได้ทราบว่าเหตุที่เกิดความรุนแรงมันไม่มีประโยชน์และจะต้องทำอย่างไร

ปัจจุบันการสื่อสารของเด็กและเยาวชนทางโลกโซเชียลเป็นสาเหตุทำให้เกิดความรุนแรงก็อยากจะฝากว่า ในกลุ่มโซเชียลต่างๆต้องแยกเพราะกลุ่มโซเชียลนั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งคนที่เล่นโซเชียลจะต้องพิจารณาว่าหากเราจะไลน์ในกลุ่มนั้นๆจะต้องดูจุดประสงค์ของทุกคนที่เข้ามาร่วมในกลุ่มอยู่ในกลุ่มไลน์ประเภทไหน ดังนั้นความเหมาะของการใช้ถ้อยคำต่างๆจะต้องส่งข้อความในไลน์ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ของกลุ่มนั้นๆ เพราะหากส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมลงในไลน์แล้วอาจจะมีผู้คนแคปข้อความดังกล่าวส่งต่อไปยังกลุ่มต่างๆได้ หรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพก็เช่นเดียวกัน

เรื่องนี้ผมได้บอกกับน้องๆไปว่าหากจะถ่ายภาพที่ไหนหรือถ่ายกับใครก็ขอให้ส่งกล้องให้เขาถ่ายให้ดีกว่า เพราะหากใช้กล้องของคนอื่นถ่ายให้เราไม่รู้ได้เลยว่าภาพดังกล่าวจะถูกนำไปเผยแพร่ที่ไหนบ้าง จึงอยากจะฝากให้ข้อคิดว่าทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบที่พอสมควร และต้องดูให้ดีว่ากลุ่มไลน์ในแต่ละกลุ่มนั้นมีจุดประสงค์อะไรและจะต้องไม่ไปล่วงละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นหรือแม้กระทั่งการใช้คำหยาบก็อย่าได้ไปโพสต์ลงในกลุ่มไลน์เพราะอาจจะเกิดความรุนแรงในภายหลังได้

ด้าน นางสาวฉายลักษ์ ผิรังคะเปาระ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า สำหรับ “โครงการไกล่เกลี่ยทั่วไทย ร่วมใจสานสันติ” อยู่ในส่วนของศาล ซึ่งศาลมองว่าเด็กและเยาวชนเป็นบุคลากรที่สำคัญและเราไม่ควรประมาทความรู้ความสามารถของเด็ก เพราะทุกวันนี้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆของสื่อโซเชียลหรือสื่ออิเลคโทนิคได้อย่างมากมาย เราจึงคิดว่าถ้าตัวเด็กและเยาวชนเข้าถึงสื่อโซเชียลไปในทางที่ถูกเขาก็จะเป็นกำลังที่สำคัญของเราและจะนำไปสังคมที่ดีในส่วนรวม

ซึ่งปัจจุบันปัญหาความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหากเราต้องการให้เด็กและเยาวชนยุติความรุนแรงด้วยตนเองด้วยวิธีที่เขาคิดว่าถูกมันอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมได้ ซึ่งศาลถือว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยให้เด็กและเยาวชนได้มีความรู้มีความเข้าใจที่ถูกต้องได้ว่าสิ่งที่เขาจะแก้ปัญหาในเบื้องต้นว่าสิ่งที่ถูกจะต้องไปในทิศทางไหนและจะต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวมด้วย โดยเฉพาะในตัวของเด็กและเยาวชนซึ่งเขาจะได้มีความเข้าใจ จึงเป็นที่มาของการจัด“โครงการไกล่เกลี่ยทั่วไทย ร่วมใจสานสันติ”ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้มาจัดให้กับโรงเรียนวิสุทธรังษีในครั้งนี้ และหากการจัดโครงการดังกล่าวได้ผลลัพธ์ที่ดี เด็กๆที่เข้าอบรมก็จะได้บอกต่อๆกันไปซึ่งจะทำให้ความรุนแรงในสังคมก็จะลดลง

สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีสาเหตุแทบจะครบในทุกๆเรื่องด้วยกันได้แก่การทะเลาะวิวาทกันในเบื้องต้น สาเหตุอาจจะเกิดจากการใช้สื่อโซเชียลไปในทางที่ผิด เด็กและเยาวชนบางรายไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุแต่ถูกชักชวนไปก่อเหตุหรือไปก่อการกระทำความผิดอย่างเช่นใช้เด็กไปเป็นบัญชีม้าซึ่งนำไปสู่การฉ้อโกงในรูปแบบที่แพร่กระจายได้

ดังนั้นศาลจึงฝากไปถึงผู้ปกครองว่าความใกล้ชิดกับบุตรหลานเป็นเรื่องที่สำคัญ การที่เด็กจะทำอะไรก็ตามซึ่งเด็กในแต่ละวัยอาจจะมีความแตกต่างกันเด็กและเยาวชนบางวัยอาจจะติดเพื่อนแต่เราก็ไม่สามารถที่จะไปห้าวทุกคนได้เพราะเด็กมีสิทธิ์และมีเสรีภาพของเขา ผู้ปกครองก็ควรดูอย่างใกล้ชิดและระมัดระวัง และอย่างไปขัดแย้งกับความคิดของเขา เพราะน้องๆทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดในรูปแบบของเขาด้วยความที่วัฒนธรรมทางสังคมมันเปลี่ยนไป ซึ่งเราต้องยอมรับและต้องเชื่อมั่นในความคิดของลูกหรือบุตรหลานทุกคน