ทอท. สนองนโยบายภาครัฐในเรื่องมาตรการวีซ่าฟรี จัดโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบิน

6

เมื่อเวลา 12.00น.วันที่ 14 พ.ย.2566 นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) นายธีระ บัวศรี นายธีระ บัวศรี ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (BKK AOC) นายสุทัศน์ สุวรรณผ่องใส ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่(สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) ร่วมแถลงข่าว โครงการส่งเสริมการเพิ่มผู้โดยสารด้านการบินระหว่างประเทศ (Performance-Based Incentive) ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท.

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2562
เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการบิน ทั้งต่อจำนวนผู้โดยสารและปริมาณเที่ยวบิน
ที่ลดลง โดยที่ผ่านมา ทอท.ได้มีการจัดทำโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้กับสายการบินที่เปิดเส้นทางการบินใหม่ (New Routes to Airlines) ณ ท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางด้านการบิน และเป็นปัจจัยกระตุ้นให้สายการบินตัดสินใจเปิดให้บริการเส้นทางการบินใหม่รวมถึงเป็นการกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินให้เร็วขึ้น มีเงื่อนไขดังนี้


1. ให้ส่วนลดกับสายการบินที่ทำการบินในเส้นทางการบินใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางการบินของสายการบินตนเอง ที่ทำการบินระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562
2. สายการบินจะต้องเริ่มทำการบินหลังวันเริ่มตารางการบินฤดูหนาว 2023 โดยต้องเป็นเที่ยวบินแบบประจำระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ สำหรับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Flight)
3. ระยะเวลาของโครงการฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568

ต่อมารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน ด้วยมาตรการวีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว 4 ประเทศ คือ จีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบนโยบายการดำเนินงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ทอท. ได้แก่ การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินต่อสัปดาห์ และบริหารจัดการพื้นที่ใน
ท่าอากาศยาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากนโยบาย “วีซ่าฟรี” โดยมีระยะเวลาโครงการฯ เป็นเวลา
5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐในเรื่องวีซ่าฟรี ทอท. จึงได้จัดทำ โครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินหรือ Performance-Based Incentive Scheme ณ ท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง เพิ่มเติม ดังนั้น ในวันนี้ ทอท. จึงได้นำรายละเอียดโครงการดังกล่าวนี้มานำเรียนให้ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) ทราบ โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และกระตุ้นการดำเนินงานของสายการบินในการเพิ่มปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยจะให้การสนับสนุนสายการบินที่ทำการบินในเที่ยวบินแบบประจำระหว่างประเทศ (International Scheduled Flight) รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) และเที่ยวบินแบบไม่ประจำหรือเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ (Charter Flight) ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1. ให้ส่วนลดกับสายการบินที่สามารถเพิ่มเที่ยวบินนอกเหนือจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตนเอง
ตามตารางการบินที่ได้รับการอนุมัติ ณ วันที่ 8 กันยายน 2566
2. สายการบินจะได้รับส่วนลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน 175 บาทต่อผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 1 คน ทั้งนี้ ส่วนลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยาน จะต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของค่าบริการขึ้นลงของอากาศยานของเที่ยวบินส่วนเพิ่ม
3. ระยะเวลาของโครงการฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 มีนาคม 2567 รวมระยะเวลา 5 เดือน หรือตลอดฤดูการบินนี้

ด้านนายธีระ บัวศรี ประธาน AOC กล่าวว่า ในนามสายการบินที่ทำการบินในประเทศไทย ขอขอบคุณ
รัฐบาล และ ทอท. เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้จัดให้มีโครงการกระตุ้นการตลาดด้านการบินในครั้งนี้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสายการบิน โดย AOC หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ จะส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบิน
และผู้โดยสารระหว่างประเทศของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น และกระตุ้นให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยกลับมามีเสถียรภาพเทียบเท่าหรือมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ AOC จะได้นำมาตรการที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ไปพิจารณาดำเนินการในรายละเอียดต่อไป

นายศิโรตม์ กล่าวปิดท้ายว่า ท่าอากาศยานในสังกัด ทอท. ทุกแห่งมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว
โดยได้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งในส่วน Landside และ Airside ของท่าอากาศยาน เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่านเข้า – ออก ท่าอากาศยาน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วที่สุด โดยมาตรการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ใช้บริการ ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของไทยแล้วยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของ ทอท. เพื่อมุ่งสู่การเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลกอย่างยั่งยืน

การย์สิริ ยั่งยืนเตชานนท์ สมุทรปราการ