รมว.ทวี เปิดงาน “สัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ปี 2567

34

“ทวี สอดส่อง” เปิดงาน “สัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ปี 2567” ก้าวสู่ปีที่ 8 กิจกรรมส่งเสริม SMEs ร่วมขับเคลื่อน 4 ประเด็น “แรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ นักสิทธิมนุษยชน และการลงทุนระหว่างประเทศ” บนความรับผิดชอบ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตามหลักชี้แนะสหประชาชาติยกระดับหลักนิติธรรม ในประเทศไทย

วันที่ 17 มิถุนายน 2567 เวลา 09.30 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงานสัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2567 (Bangkok Business & Human Rights Week 2024 : BBHR WEEK) โดยมี นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP : United Nations Development Programme), ดร. เนติธร ประดิษฐ์สาร เลขาธิการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และนางสาวธัญยธรณ์ จิรโชควรพัฒน์ รองผู้อํานวยการฝ่ายนโยบายและแผนส่งเสริม SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) และผู้เข้าร่วมประชุมร่วมให้การต้อนรับ ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิดการสัมมนาในหัวข้อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน : สร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” โดยระบุว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเปิดงานสัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2567 และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน ซึ่งในแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนระยะที่ 2 ที่มีการเน้นการขับเคลื่อน 4 ด้าน คือ 1.ด้านแรงงาน ซึ่งวันนี้ 90% ของสัดส่วนในธุรกิจSMEs หรือประมาณ 12 ล้านคน เป็นแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม ยังไม่นับรวมแรงงานนอกระบบ อีกประมาณ 4-5 เท่า 2.ด้านชุมชน ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ 3.การปกป้องนักสิทธิมนุษยชน 4.การลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับหลักสิทธิมนุษยชน ที่กำหนดหลักการสำคัญไว้ใน 4 เสาหลัก ทั้งการคุ้มครอง(Protect), การเคารพ(Respect) และการเยียวยา(Remedy) ซึ่งตนขอเสนออีก 1 เสาหลัก คือ “เสาหลักนิติธรรม” หรือ Rule of Law จากการประกาศของรัฐบาลที่กำหนดให้อีก 4 ปี จะวางรากฐานหลักนิติธรรมให้เป็นเกิดให้ความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวว่า น่าชื่นชมกับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนระยะที่ 2 ที่เริ่มมาแล้ว 1 ปี ท่ามกลางการตื่นตัวของประชาคมโลก ที่ตระหนักแล้วว่า การแข่งขันและขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้น จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุก ยกตัวอย่างการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในประเทศไทย กำลังจะเผชิญกับมาตรการทางค้าของสหภาพยุโรป (European Union: EU) ที่ได้กำหนดระเบียบให้การค้าของประเทศต่างๆ จะต้องปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าจะต้องไม่ทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลโดยสมบูรณ์ในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ในขณะที่คำนิยามความหมายในระบบกฎหมายของประเทศไทย อาจส่งผลกระทบการค้าหลายชนิด เช่น ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, ถั่วเหลือง, โก้โก้ กาแฟ โดยเฉพาะการค้าไม้ ที่ยังมีประเด็นขัดแย้งการใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกิน จากการนิยามของคำว่า “ป่า”

ทั้งนี้ เรื่องที่น่าชื่นชมอีกประการ คือ หากธุรกิจ SMEs สามารถประสบความสำเร็จในการผนึกกำลังขับเคลื่อนแผนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนฯ ระยะที่ 2 ที่จะมีการติดตามประเมินผล ด้วยตัวชี้วัดถึงการดำเนินธุรกิจควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ ท่าน และขอให้ทุกท่านร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองข้อเสนอแนะต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอันจะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนสืบต่อไป

“ผมขอให้งานสัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนประจำปี 2567 ประสบความสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในตอนสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ด้วยความริเริ่มร่วมกันของรัฐบาลไทย โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ, และสมาคมเครือข่าย

โกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นสัปดาห์ที่ทุกภาคส่วน ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานและสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม “สัปดาห์ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม ดังนี้ 1.การสัมมนา หัวข้อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน : สร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” ในวันนี้ (17 มิถุนายน ) , 2.การสัมมนา หัวข้อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน : หลากหลากแต่ไม่แตกต่าง มาร่วมสร้างสังคมการทำงานให้น่าอยู่สำหรับทุกเพศ (Diversity and Inclusion Promotion in Workplace)” ในวันที่ 18 มิถุนายน 2567, 3.การอบรม “การดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2567และ 4.การสัมมนาหัวข้อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน : ทิศทางประเทศไทย กับกลไกการดูแลการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ” วันที่ 21 มิถุนายน 2567

*****************

นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา