ปิดล้อมเมืองกรุง จับ “กีกี้ แม็กซิม” ร่วมแก๊งจีนเทา องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตุ๋นลงทุน ยึดบ้าน-รถหรู เกือบพันล้าน

35

ตำรวจสอบสวนกลาง-ปปง.-อัยการ ระดมกำลังกว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการใหญ่ค้น 30 จุด บุกจับเครือข่ายจีนเทาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตุ๋นลงทุนคริปโต-โรแมนสแกม-ฟอกเงิน นางแบบดัง “กีกี้ แม็กซิม” โดนด้วย ยึดทรัพย์บ้าน-รถหรูเกือบพันล้าน

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. และเจ้าพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด รวมกว่า 200 นาย บุกเข้าตรวจค้นเป้าหมายเพื่อจับกุมและยึดทรัพย์แก๊งคนร้ายชาวจีน ที่ร่วมมือกับคนไทยและชาวต่างชาติอื่นๆตั้งเป็นแก๊งหลอกลงทุนเงินดิจิตอล แก๊งโรแมนสแกม และฟอกเงิน โดยนำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นทั้งหมด 30 เป้าหมายในกรุงทพฯ สมุทรปราการ และจังหวัดอุดรธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในจุดที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป็นหมู่บ้านหรูย่านถนนกรุงเทพฯกรีฑา อายัดบ้านพักหรูจำนวน 12 หลังมูลค่าต่อหลังราว 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นหมู่บ้านหรูอีก 4 หมู่บ้าน ในย่านเดียวกันด้วย ทั้งนี้เชื่อว่าบ้านพักทั้งหมดได้ใช้เงินที่ได้จากการกระทำความผิดซื้อไว้ผ่านบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่งที่มีคนจีนเป็นเจ้าของ โดยในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าค้นบริษัทกฎหมายดังกล่าวด้วยเพื่อหาหลักฐานเพื่อเติม และเชื่อว่าเป็นบริษัทที่รับฟอกเงินให้จับแก๊งคนร้ายชาวจีนแก๊งนี้ โดยมีคนไทยเป็นตัวเชื่อมและให้ความช่วยเหลือในการเปิดบริษัทนอมินี

สำหรับการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ ชุดสืบสวนยังได้มีเป้าหมายในการจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด 14 หมายจับ ในจำนวนนี้มี น.ส.จักรีณา หรือ กีกี้ แม็กซิม นางแบบชื่อดัง รวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามจากปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมน.ส.จักรีณา และผู้ร่วมขบวนการได้อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมยึดทรัพย์เป็นบ้านและรถหรูได้จำนวนมากรวมมูลค่าเกือบหนึ่งพันล้านบาท โดยรายละเอียดการตรวจค้นและจับกุม ตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ง. และอัยการจะมีการแถลงร่วมกันให้ทราบต่อไป

มีรายงานว่า สำหรับการตรวจค้นเป้าหมายในวันนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน บก.ปอท. ได้แกะรอยแก๊งคนร้ายที่มีพฤติกรรมเป็นแก๊งโรแมสแกมได้หลอกลวงเหยื่อผู้หญิงคนไทยให้ร่วมลงทุนเงินอิเล็คทรอนิคหรือคริปโตเรนซี่ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทปราการ จากการแกะรอยจากบัญชีคริปโตฯ ทำให้พบว่ากลุ่มคนร้ายได้ยักย้ายถ่ายเทเงินไปหลายขั้นตอนก่อนที่จะเปลี่ยนเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินบาท จากนั้นได้นำเงิน ไปซื้อทรัพย์สินหลายรายการรวมทั้งบ้านพักและคอนโดหรูในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีเงินหมุนเวียนทั้งเงินสดและเงินดิจิตอลนับพันล้านบาท.