รวบหนุ่มแสบหลอกใช้บัญชีแม่ค้าร้านยำรับโอนเงินตุ๋นเหยื่อซื้อสินค้ากว่า 100 ราย อ้างหาเงินเลี้ยงแมว เสพยา เล่นพนันออนไลน์

7

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., สั่งการ พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.สรศักดิ์ แสงจันทร์ สว.กก.2 บก.ป. จับกุม นายพรประสิทธิ์ อายุ 28 ปี ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ” ได้ที่ บริเวณกลางซอยบงกช 26 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้เกิดกรณีแม่ค้าร้านยำแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ หลังถูกคนร้ายแอบใช้บัญชีธนาคารรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกขายตู้เย็นผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ จนเจ้าตัวต้องตกเป็นผู้ต้องหา เพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็น “บัญชีม้ารับโอนเงินฯ” ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ จนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพบว่า แม่ค้าร้านยไดังกล่าวไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องจริง

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้กระทำความผิดตัวจริงคือ นายพรประสิทธิ์ ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งพฤติกรรมของ นายพรประสิทธิ์ จะทำทีแฝงตัวไปยังกลุ่มไลน์ต่างๆ เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคที่สนใจซื้อสินค้า เมื่อเหยื่อติดกับดัก ตัดสินใจซื้อสินค้า นายพรประสิทธิ์ จะทำทีไปซื้อยำที่ร้านดังกล่าว ในราคาเพียงหลักสิบ ในเวลาเดียวกันนั้นก็จะนัดเวลาให้เหยื่อที่จะซื้อสินค้าโอนเงินมา โดยนำ เลขบัญชีของแม่ค้าร้านยำ ส่งต่อให้เหยื่อทำการโอนเงิน เป็นจำนวน 2,500 บาท จากนั้นจะทำทีอ้างกับแม่ค้าร้านยำ ว่ามีการโอนเงินไปเกินราคา ขอให้ทอนคืนเป็นเงินสด

 

ที่ผ่านมา นายพรประสิทธิ์ ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องมาโดยตลอด จนมีการประกาศทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่าเป็นมิจฉาชีพที่ควรระวัง และ เข้าแจ้งความไว้ตามท้องที่ต่างๆจนมีหมายจับติดตัวหลายคดี ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยมีการตามจับกุม นายพรประสิทธิ์ ในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้ว 7 ครั้ง ก่อนจะมีการยื่นประกันขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมา อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่า ตัวนายพรประสิทธิ์ เองนั้น ยังมีหมายจับในคดีเดียวกันที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีติดตัวอีก 2 หมายจับ จึงนำสู่การตามจับกุมตัวดังกล่าว

สอบสวน นายพรประสิทธิ์ ให้การรับสารภาพก่อเหตุดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 100 คน ได้เงินจากการหลอกลวงครั้งละ 2-4 พันบาท ซึ่งเงินที่ได้มาส่วนใหญ่จะไปซื้ออาหารเลี้ยงแมว เล่นพนันออนไลน์ เสพยาเสพติด และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง สน.เตาปูน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป