แจ้งจับขบวนการการหลอกจำนำรถยนต์ หลังนำเงินไถ่ทอนแต่กลับให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าและไม่ได้รถคือ เสียหายหลาย 10 ล้านบาท

20

วันที่ 12 ก.ย.66 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นางสาวจิรนันท์ ภูมิภาค อายุ33ปี ชาวบ้านจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมผู้เสียหายชาวจังหวีดหนองบัวลำภูกว่า 10 ราย เดินทางเข้าพบว่าที่ พ.ต.ตเอกรัตน์ ขวัญฤก พนักงานสอบสวนกองกำกับการ3 กองบังคับการปราบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับนางสาววิไล และเฮียเปี๊ก เจ๋เมย์ เจ๊แอ๋ม ขบวนการหลอกจำนำรถยนต์ หลังผู้เสียหายหลายรายนำรถยนต์ ยี้ห้อโตโยต้า รีโว่ ไปจำนำไว้ เป็นจำนวนเงิน 50’000 ถึง 100,000 บาท

นางสาวจิรนันท์ เปิดเผยว่า เมือประมาณเดือนพฤษภาคม 2566ที่ผ่านมา ตนเกิดขาดสภาพคล้องทางการเงิน จึงได้ติดต่อนางสาววิไล ซึ่งเป็นเซลล์ที่ขายรถยนต์หาที่จำนำรถยนต์ นางสาววิไลจึงได้ติดให้รู้จักกับนายหน้าที่ชื่อเฮียเปี๊ยก โดยนัดทำสัญญากันที่ ที่ปั๊มปตท จังหวัดอุดรธานี ตกลงอัตราดอกเบี้ยกับนายทุน อยู่ที่ร้อยละ 10 เมื่อตกลงกันเสร็จก็จะหักค่าที่จอด 4,000 บาทและดอกเบี้ยตามจำนวนเงินที่ตกลงมันไว้ และแยกย้าย ต่อมาจนได้เช็ด GPS ที่ติดรถยนต์ กับถูกตัด GPS ออกจากรถยนต์ ตนจึงติดต่อไปที่ทางนางสาววิไล โดยให้เหตุผลว่าเป็นการตัด gps ตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

นางสาวจิรนันท์ กล่าวต่อว่า ต่อมานางสาววิไล ก็พยายามทักตนมา เพื่อที่จะย้ายรถ ไปจำนำที่นายทุนอีกที่หนึ่งซึ่งให้ดอกเบี้ยในราคาที่ต่ำกว่า เป็นร้อยละ 5 แต่ตนไม่ได้สนใจอะไร เมื่อถึงกำหนดไถ่ทอนจึงติดต่อไปที่นางวิไล แต่นางวิไลกับบอกว่าได้ นำเงินไปไถ่รถจาก เฮียเปี๊ยก และย้ายไปจำนำกับนายทุนอีกที่หนึ่งที่ชื่อเจ๊เมย์ ซึ่งอยู่ที่ อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลยและเพิ่มวงเงิน อีก 70,000 บาท รวมเป็น 150,000 บาท แต่เมื่อติดต่อไปที่เจ๊เมย์ กลับอ้างว่า ได้นำรถยนต์ดังกล่าว ไปจำนำต่อที่นายทุน ที่ชื่อเจ๊แอ๋ม อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง

“แต่เมื่อเดินทางไปถึงอำเภอเขาสวนกวาง ตนจึงได้ติดต่อกับเจ๊แอ๋ม เพื่อจะติดต่อขอไถ่รถคืน เจ๊แอ๋มจึงได้ส่งเลขบัญชีเพื่อให้ต้นโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว แต่ตน ได้นำบัญชีนั้นตรวจสอบกลับพบว่าเป็นบัญชีม้า จึงไม่ทำการโอนเงิน และนัดเจอกับเจ๊แอม แต่เจ๊แอ๋ม กลับบ่ายเบี่ยง ให้โอนเงินอย่างเดียว ตนจึงเชื่อว่าถูกหลอก และได้เข้า ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาสวนกวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้กลับไปแจ้งความท้องที่เกิดเหตุ และไม่ให้โอนเงินแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมี ผู้เสียหายบางรายที่ซื้อรถกับนางสาววิไล แต่กลับ ถูกนางสาววิลัยเชิดเงินค่ามัดจำ เบื้องต้นตนได้แจ้งความไว้ในท้องที่ แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ วันนี้ตนจึงรวมตัว กับผู้เสียหาย ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เดินทางเข้า แจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามวันนี้ เพื่อให้กองปราบติดตามความคืบหน้าคดีและสืบหารถยนต์ที่สูญหาย” นางสาวจิรนันท์ กล่าว

ด้านว่าที่ พ.ต.ตเอกรัตน์ ขวัญฤก พนักงานสอบสวนกองกำกับการ3 กองบังคับการปราบ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามรถยนต์ และในส่วนคดีความ จะประสาน ไปยังพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ