ทนายกฤษฎา ร้อง ปปป.เอาผิด”สปก.โคราช” ปล่อยโรงงานมันสำปะหลัง ระบายน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็น ทำชาวบ้านเดือดร้อน

30

วันที่ (14 ก.ย.66) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. นายกฤษฎา อินทามระทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. แจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ สปก.โคราช ปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตาม ป.อาญา ม.157 หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้โรงงานแป้งมันปล่อยน้ำเน่าเสียลงบนที่ดิน สปก.นับร้อยไร่ จนส่งผลกระทบต่อชาวบ้านรวมทั้งเด็กนักเรียนและพระสงฆ์ต้องอยู่อย่างทรมานจากกลิ่นเน่าของมันสำปะหลัง

นายกฤษฎา เปิดเผยว่า เมื่อกลางเดือน ก.ค. 2566 ที่ผ่านมาตนได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองบัวศาลา จังหวัดนครราชสีมา และเบาะแสข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร จังหวัดนครราชสีมา (สปก.โคราช) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยน้ำเน่าเสียออกมาจากโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ชื่อดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองบัวศาลา จังหวัดนครราชสีมา

จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพบว่าโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับที่ดิน สปก.

พบว่าโรงงานแห่งนี้ได้ทำการลักลอบขุดดินในที่ดิน สปก.เป็นจำนวนนับร้อยไร่โดยทำเป็นบ่อเพื่อต้องการปล่อยน้ำเน่าเสียลงไปในบ่อโดยวิธีระบายน้ำเน่าเสียจากบ่อที่หนึ่งไปยังบ่อที่สองและบ่อที่สามไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องกันไปเพื่อต้องการให้น้ำเน่าเสียกระจายพ้นบริเวณโรงงานไกลออกไปเป็นบริเวณกว้างกว่าหนึ่งตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ เพื่อต้องการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ต้องลงทุนสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียขึ้นภายในโรงงานเอง เพราะจะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เนื่องจากเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากการบำบัดน้ำเน่าเสียทิ้งลงไปในที่ดินของ สปก.นั้นตามกฎหมายไม่สามารถขออนุญาตใช้ที่ดิน สปก.ได้ เนื่องจากโรงงานเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรม จึงขัดต่อนโยบายการใช้ที่ดินของ สปก.เพราะต้องเป็นการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรเท่านั้น ประเด็นนี้โรงงานจึงใช้วิธีลักลอบปล่อยน้ำเน่าเสียลงบนที่ดิน สปก.แทน กินอาณาเขตกว่า 100 ไร่ ทำให้กลิ่นเหม็นของน้ำเสียจากการผลิตมันสำปะหลังกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างรัศมีหลายกิโลเมตร ส่งผลให้ชาวบ้านตลอดจนเด็กนักเรียนและพระสงฆ์ต้องอยู่กันอย่างทุกข์ทรมาน แต่เมื่อชาวบ้านไปร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องกลับเงียบเฉย ไม่มีหน่วยงานใดสนใจให้ความช่วยเหลือ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สค.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เทศบาล อบต.โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของ สปก.ระดับผู้อำนวยการ กลุ่มนายช่างสำรวจอาวุโส ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสีย

โดยที่ประชุมได้นำภาพถ่ายทางอากาศบริเวณที่ดินของ สปก.ซี่งมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียแสดงบนจอมอร์นิเตอร์ แต่ ผอ.กลุ่ม นายช่างอาวุโสกลับไม่ชี้ชัดและยืนยันว่าเป็นที่ดินของ สปก.

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส.และ ผอ.กลุ่ม นายช่างสำรวจอาวุโสก็ออกจากที่ประชุมเดินทางไปยังโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปในโรงงานนานหลายชั่วโมงจนถึงเวลาประมาณ 17.00 น.ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจง ทำให้ชาวบ้านที่รออยู่บริเวณน้ำเน่าเสียต่างผิดหวังในการปฎิบัติหน้าที่ในครั้งนั้น

ตนจึงเห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ สปก.เป็นการปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตโดยมีเจตนาพิเศษต้องการเอื้อประโยชน์ให้โรงงานแป้งมันไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย จึงต้องมาร้องทุกข์แทนชาวบ้าน แจ้งความดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ สปก.จำนวน 2 นาย ฐานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

เบื้องต้น พ.ต.ท.จตุภูมิ รักษาภักดี สว.สส. กก.4. บก.ปปป. สอบปากคำ และรับเอกสารจากผู้ร้องไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป