รวบโจ๋แสบตุ๋นเหยื่อลงทุนรถหรูก่อนเชิดเอารถไปปล่อยเองหอบเงินหนีเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

20

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี, พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ รอง ผกก ๑ บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ สว.กก.1 บก.ป.,ร.ต.อ.ธนบดี ดวงจิตต์, ร.ต.อ.ชลวิทย์ วิสุทธินันท์ รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา นายสุภัทรชัยฯ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 499/2566 ลงวันที่ 18 ก.ย.66 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” สถานที่จับกุม บริเวณลาดจอดรถหน้าคอนโดมิเนียม ถ.ประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนหลายรายในหลายท้องที่ว่านายสุภัทรชัยฯ หรือต้น ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าซื้อขายรถยนต์หรูมือสองแต่กลับเบี้ยวเชิดเงินลงทุนและรถหรูหนีผู้เสียหาย

โดยครั้งนี้นายสุภัทรชัยฯ ได้ออกอุบายหลอกเหยื่อให้ลงทุนซื้อรถยนต์ปอร์เช่ราคาประมาณ 5 ล้านบาท โดยบอกผู้เสียหายว่าจะนำรายได้มาแบ่งกันตามสัดส่วนการลงทุน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เสียหายได้สอบถามว่ารถยนต์ถูกขายแล้วหรือไม่ ผู้ต้องหาได้บ่ายเบี่ยงแจ้งว่ารถยังขายไม่ได้

โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ได้ราคา ทั้งที่ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว จนกระทั่งผู้เสียหายไปพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่เต๊นท์รถแห่งหนึ่ง จึงได้ติดต่อผู้ต้องหาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท และในระหว่างนั้นผู้ต้องหายังได้ออกอุบายติดต่อผู้เสียหายอีกรายว่าสามารถนำรถยนต์ฟอร์ด มัสแตง ที่ยังติดไฟแนนซ์ของผู้เสียหายไปขายให้

โดยหากขายไม่ได้จะผ่อนค่างวดให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงมอบการครอบครองรถยนต์ให้ผู้ต้องหาดำเนินการ หลังจากนั้นพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ผ่อนค่างวดรถแม้แต่งวดเดียวจนไฟแนนซ์ส่งเอกสารติดตามรถคืน จนกระทั่งผู้เสียหายพบว่าผู้ต้องหาได้นำรถยนต์ดังกล่าวไปจำนำไว้กับอู่ซ่อมรถที่รู้จักกันหลายเดือนก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหา

ภายหลังศาลได้อนุมัติหมายจับนายสุภัทรชัยฯ ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ 499/2566 เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณสถานที่จับกุม จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับว่าตนไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่หมุนเงินไม่ทันจริงๆ จึงต้องใช้วิธีการดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่าก่อนหน้านี้นายสุภัทรชัยฯ ได้เคยถูกจับกุมในข้อหาปลอมสลิปเงินค่าเช่าคอนโดไปเมื่อปี 2562

โดยหลังจากออกจากเรือนจำได้มาทำอาชีพนายหน้าขายรถยนต์มือสองในลักษณะการฝากขาย ปัจจุบันพบผู้เสียหายติดต่อเข้ามาว่าถูกนายสุภัทรชัยฯ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย

สอบถามปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภารตลอดข้อกล่าวหา