รวบสองสามีภรรยาแสบก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ในหลายพื้นที่

15

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ, พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย, พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.หัตถพล ทองคำ รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.พร้อมคุณ ทองบัว สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม จำนวน 2 ราย

1. นายสุธีฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมายจับ ดังนี้

1. หมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 284/2566 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

2. หมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 687/2565 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ไม่จ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตรงตามกำหนดเวลา, ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน”

3. หมายจับศาลแขวงนครศรีธรรมราช ที่ 83/2562 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก”

2. นางสาวรจนาฯ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ จ.29/2564 ลงวันที่ 30 เมษายน 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในครอบครองของนายจ้าง”

จับกุม บริเวณหน้าบ้านเช่า ถ.นิกรบำรุง ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

ด้วยเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2562 นางสาวรจนาฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งทำงานเป็นพนักงานแคชเชียร์เก็บเงินสินค้าบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ได้แอบขโมยเงินของทางบริษัทฯ ไปจำนวน 85,000 บาท หลังจากนั้นได้หลบหนีไปพร้อมกับนายสุธีฯ ผู้ต้องหาที่ 1 (ซึ่งเป็นสามีของนางสาวรจนาฯ) โดยทั้งคู่ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ใน จ.ภูเก็ต ซึ่งต่อมาทางบริษัทฯ จึงได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวรจนาฯ ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในครอบครอง ของนายจ้าง”

ต่อมาประมาณเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 นายสุธีฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ได้ไปรับเหมางานโครงการก่อสร้าง คอนโด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่ในระหว่างทำการก่อสร้าง นายสุธีฯ ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้กับลูกน้อง โดยอ้างว่ายังไม่ได้รับเงินมาจากเจ้าของโครงการ จนกระทั่งภายหลังจึงได้ถูกแจ้งดำเนินคดี ในความผิดฐาน “ไม่จ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตรงตามกำหนดเวลา, ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน” ที่ สภ.เชิงทะเล

หลังจากนั้นเมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2566 นายสุธีฯ ได้สมัครเข้าทำงานเป็นคนงานในโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่

โดยมีการชักชวนเพื่อนงานให้ร่วมขโมยสายไฟฟ้าในสนามบิน ทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 70,000 บาท ซึ่งหลังก่อเหตุ ทางเจ้าของโครงการจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เหนือคลอง ดำเนินคดีกับนายสุธีฯ ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายสุธีฯ และนางสาวรจนาฯ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่จับกุม โดยนำตัวนายสุธีฯ และนางสาวรจนาฯ ส่งพนักงานสอบสวนในท้องที่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา