พระพยอมติง จากการแชร์สนั่นผ่านโชเชียลจาก ตู้กดพระอัตโนมัติในห้างดังแห่งหนึ่งซึ่งเป็นพุทธพานิชย์ทำให้พระเสื่อมเสียตกต่ำยิ่งกว่าวางขายปลาทู

30

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2566 จากแชร์ผ่านทางติ๊กต๊อกที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณ์บุรี กับการที่ขายพระเครื่องแบบหยอดเงินผ่านตู้ซึ่งมีพระหลายอย่างใส่กล่องพระและใส่ซองกระดาษแบบสวยงามวางเรียงเอาไว้และจะมีที่หน้าตู้โชว่ามีพระอะไรบ้างและมีราคาบอกถ้าใครชอบพระแบบไหนพอใส่เงินเข้าไปตามราคากดตามที่ตนต้องการแล้วจะมีกล่องเลื่อนขึ้นมาแล้วซองพระก็จะตกลงใส่กล่องแล้วลูกค้าก็หยิบไป

ซึ่งในคลิปจะมีเสียบรรยายตามภาพว่าหญิงสาวในคลิป เล่าว่า วันนี้ตนและแม่ได้ไปเดินที่ห้างแห่งหนึ่งใน จว.สุพรรณบุรี ตรงประตูข้างบาบีก้อน ตนก็เจอคนมุงดูเยอะ ตนก็เลยสงสัยพอตนเข้าไปดูเป็นตู้กดพระอัตโนมัติ เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องไปตลาดพระกันแล้วแต่อยู่กันในห้างไปเลย ตนก็คิดว่ามันน่าสนใจ แม่ของตนก็ด้วยความเล่นพระแม่ตนก็เลยลองกดพระ พอเลือกพระได้ก็หยอดเงินไป 200 บาท ซึ่งไม่แพงราคาพระเริ่มต้นที่ 100 บาทเท่านั้น สามารถจ่ายเงินสดได้และโอนก็ได้ สะดวกรวดเร็วของแท้แน่นอน ใครที่ผ่านมาที่ ห้างนี้ จว. สุพรรณบุรีแวะมาดูได้

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระพยอม กัลยาโน เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว สอบถามถึงกรณีนี้ พระพยอมกล่าวว่า มันเหมือนขายยา เหมือนขายเรียนแบบกันไปมา พอหนักๆของสูงถูกเอาไปใส่เป็นของต่ำ ถ้าใช้ความขี้เกียจหรืออะไรสักอย่างที่ตักตวงประโยชน์ แล้วทำให้คุณค่าของพระเครื่องที่ควรจะมีราคาหรือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นเหมือนกับยิ่งกว่าขายปลาทูหมดคงามศักดิ์สิทธิ์หมดความขลัง

เพราะเอามาเป็นพาณิชย์ค้าขายแบบชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดดตรงนี้น่าจะเป็นรายแรก วัดแรก ครั้งแรก ของประเทศไทยที่เอาพระใส่ตู้แล้วกดหยอดเงินและให้พระตกลงมา

คำว่าพระตกลงมาแล้วไม่ค่อยเพราะ ถ้าพระเด้งขึ้นไปยังดีกว่า แต่นี้พระตกลงมายังไงก็อย่าล้ำเส้น อย่าให้ลักษณะดูทันสมัยแต่มันไม่พัฒนาจิตใจคน ซึ่งทันสมัยแบบนี้จะไม่พัฒนาจิตใจคน คนที่มองจะรู้สึกเคารพต่ำลงอะไรน้อยลงเพราะฉะนั้นถ้าไม่ควรทำก็อย่าทำและคนที่ชอบที่จะไปหยอดเงินก็ควรรู้สึกหน่อยว่าเรื่องนี้เริ่มเลยเถิดล้ำเส้นเกินความพอดีและพอเหมาะ ก็ช่วยกันเบรคไว้จะได้ไม่แลอุจาดตา