ทีมทนายบิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมหลังมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 3 ภายใน 10 วัน ระบุตำรวจไม่มีสิทธิ์ออกหมายเลขหรือหมายจับคดีต้องถูกส่งไปดำเนินการที่ป.ป.ช.
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 เม.ย. ที่ สน.เตาปูน นายณัฐวิชช์ เนติจารุโรจน์ พร้อมทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายัง สน.เตาปูน เพื่อนำหนังสือเข้ายื่นกับผู้กำกับการสน.เตาปูน ถึงข้อเท็จจริงที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ต้องการยื่นเพิ่มเติม จากที่เคยยื่นไปแล้วก่อนหน้านี้
นายณัฐวิชช์ กล่าวว่า กรณีของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูกกล่าวหาที่ สน.เตาปูน เป็นการกล่าวหาว่ามีเส้นเงินไปถึงบุคคลใกล้ชิด และผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า ไม่มีเงินเส้นไหนไปถึงตนและภรรยาเลย ที่พนักงานสอบสวนเอามาดำเนินคดีคือเรื่องเดิม เป็นเรื่องของ พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ ในบัญชีม้าที่ถือใช้ในคดีของมินนี่ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่พนักงานสอบสวนนำกลับมาดำเนินคดีอีกที่ สน.เตาปูน โดยบอกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีส่วนพัวพันถึงเส้นเงิน ซึ่งทาง ป.ป.ช. มีมติรับไต่สวนแล้วเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ฉะนั้นอำนาจในการไต่สวนต้องอยู่ที่ ป.ป.ช. อีกทั้งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งพนักงานสอบสวนมาดำเนินคดีที่ สน.เตาปูนอีก โดยใช้เส้นเดิมมากล่าวหาอีก โดยตนขอย้ำว่า ไม่เคยมีเส้นเงินเส้นไหนไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในกรณีของ เว็บไซต์ BNK master นั้น ธุรกรรมการเงินของ น.ส.พิมพ์วิไล มีเส้นเงินไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยังไงก็มีความผิดตาม ม.157 ไม่อยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวน
ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก หรือหมายจับตำรวจเหล่านี้หรือยัง ถ้ายัง ทำไมถึงไม่ดำเนินการ แต่ทำไมถึงดำเนินการแต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยัน ยังไม่เคยได้รับหมายเรียกสักครั้ง ซึ่งการออกหมายเรียกแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างประมาณ 15 วัน ก่อนจะออกหมายเรียกอีก 1 ครั้ง แต่นี่มีการออกหมายเรียกแล้ว 3 ครั้ง นับรวมกันได้ 10 วัน ตนมองว่าผิดปกติ ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำงานและใช้ชีวิตโดยเปิดเผยตลอด ไม่มีพฤติการเลี่ยงไม่รับหมาย

ตนสังเกตุว่า สน.เตาปูน มีการกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แค่ฐานฟอกเงิน ซึ่งถ้าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์มีความผิดฟอกเงิน ก็ต้องรู้ว่าเงินที่เกี่ยวข้องเป็นเงินที่มาจากความผิด มาจากเว็บพนัน ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ควรจะแจ้ง ม.157 ด้วย แต่ทำไมพนักงานสอบสวนถึงเลือกแจ้งความผิดเฉพาะฟอกเงิน เพราะอยากเอาคดีไว้กับตัวและดำเนินการเองหรือไม่ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. หากเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทำผิด อำนาจจะอยู่ที่ป.ป.ช. ส่วนพนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้น และส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ซึ่งมีการร้องทุกข์ตั้งแต่ 3 ธ.ค. 66 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 120 วันแล้ว ยังไม่มีการส่งเรื่องยัง ป.ป.ช.เลย
ที่ผ่านมา น.ส.พิมพ์วิไล ยังเคยระบุว่า มีตำรวจ PCT4 ไปเรียกรับเงินจากเขา และเขาก็จ่าย ตนจึงสงสัยว่า คนนั้นเป็นรองหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน รึไม่ ซึ่งก่อนหน้าเคยมีการขอหมายจับ พล.อ.สุรเชษฐ์ แต่ขณะนั้นศาลยกคำร้อง ถือเป็นขบวนการ สกัดพล.ต.อสุรเชษฐ์ในการขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือไม่
ส่วนกรณีที่เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เผยแพร่ข้อมูลคดีเว็บพนัน BNK Master เข้าเงื่อนไขของดีเอสไอ 2 ข้อ คือมีเงินหมุนเวียน 300 ล้านบาท และมี ผู้ถูกกล่าวหาเป็นตำรวจระดับสูง DSI พิจารณาว่าเป็นข้อเท็จจริงเดียวกับคดีมินนี่ ที่ ป.ป.ช. รับเรื่องไว้แล้ว จึงมีมติส่งเรื่องให้กับ ป.ป.ช. พิจารณา ซึ่งอยู่ที่ป.ป.ช.จะ รับไต่สวนตามอำนาจหรือไม่ หากป.ป.ช. ไม่รับคดีไว้พิจารณา DSI จะดำเนินการเอง นายณัฐวิชช์ ระบุว่า ส่วนตัวจะมองมิติไหน พนักงานสอบสวน ไม่มีอำนาจเลย เพราะอำนาจอยู่ที่ป.ป.ช. และดีเอสไอ

และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท. คริษฐ์ ปริยะเกตุ พร้อม นายไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน ได้เดินทางยัง สน.เตาปูน เพื่อแจ้งความเอาผิดผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม(ม.157 )ด้วย
ต่อมาเวลา 10.10 น.ที่ สน.เตาปูน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม ) เลขาธิการมูลนิธิ ทีมงานทนายประชาชน เดินทางนำเอกสารหลักฐานรวม 175 แผ่น เข้าพบ พ.ต.ท.ฐิตานนท์ ไชยเขียว รอง ผกก.(สอบสวน) สน.เตาปูน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.และภริยา รวมถึงบัญชีม้า อีก 2 บัญชี ในข้อหา ฟอกเงินฯ, ร่วมกันฟอกเงิน และสบคบฯ ฟอกเงิน ในคดีรับเงินบัญชีม้าของ น.ส.พิมพ์วิไล ในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์
โดยกล่าวว่า วันนี้ได้เตรียมหลักฐานมาให้กับพนักงานสอบสวน หลังจากที่ได้แถลงข่าวไปแล้ว และเป็นเอกสารหลักฐานชุดเดียวกับที่เคยยื่นกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ให้ตรวจสอบ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผบ.ตร.และภริยา และบัญชีม้า 2 บัญชี โดยยืนยันว่าวันนี้เป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ไม่ใช่การลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน ส่วนกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และทีมทนายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทฯกับตนเองนั้น ตนมองว่าเป็นการกลัวว่าตนไปขอสเตทเม้นท์ของคนในครอบครัวออกมา แล้ววันนี้ตอนจะเดินทางไปที่ศาลเพื่อขอคัดคำฟ้อง ว่ามีส่วนไหนที่เป็นเท็จหรือไม่ ซึ่งหากพบส่วนไหนที่เป็นเท็จก็จะมีการดำเนินการต่อไป โดยวันนี้จะแจ้งเฉพาะข้อหา เกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งยังไม่มีการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับ ม.157 เพราะกลัวว่าเรื่องจะไปถึง ป.ป.ช.ทันที ส่วนความคืบหน้าที่มีการยื่นสำนวนให้ทาง บก.ปปป. ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น มีการเข้าไปให้ปากคำแล้ว โดยคาดว่าในวันพุธที่ 3-4 เม.ย.นี้จะมีการนัดพยานเพื่อไปสอบปากคำ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานทาง นางพิมพ์วิไล เจ้าของบัญชีม้าและสายลับ หลังจากนี้จะดำเนินคดีถึงที่สุด และจะดูว่าพนักงานสอบสวนทำตามขั้นตอนเหมือนคดีทั่วไปหรือไม่ หากพนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการ ก็จะดำเนินคดีพนักงานสอบสวนด้วย โดยมั่นใจว่ามีหลักฐานการโอนเงินทำบุญที่วัด ซึ่ง ผบ.ตร.มีอำนาจในการควบคุมสั่งการบัญชีม้าที่รับส่วยมาของนายณัฐพงศ์ และนายคชาชาญ ถึงมั่นใจจะมาดำเนินคดี เพราะมีโอกาสที่จะถูกดำเนินคดีกลับสูง โดยหลังจากนี้ตนจะทำหนังสือคำให้การเพื่อให้พนักงานสอบสวนดูว่าจะมีการสอบประเด็นไหนบ้าง

โดยนายษิธา ได้กล่าวถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีด้วยว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศอื่นนั้น หากพบว่าเป็นเรื่องที่พบว่า ระดับ ผบ.ตร.ต้องฐานกระทำผิดฐานฟอกเงิน ป่านนี้คงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไปแล้ว ไม่ใช่นิ่งเงียบ ไม่สนใจอะไรเลย จนมีฝ่ายค้านติดต่อเข้ามาเพื่อขอข้อมูลเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องความเดือดร้อนประชาชน และเรื่องส่วยถือเป็นเรื่องใหญ่ หากพบว่ามีเส้นเงินไปทำบุญ เป็นเงินบาปที่วัดไหน รวมถึงมีคนแจ้งเข้ามาอีก 2 วัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทีมงานตรวจสอบข้อมูลอยู่ แต่ตนไม่อยากเอ่ยชื่อให้วัดเสียหายคาดว่าจะมีการโอนเงินไปหลายครั้ง ส่วนกรณีที่ตนออกมาแฉเรื่องส่วย ทำให้ตำรวจออกมาทำงานกัน ตามจับทั้งต่างด้าวและอื่นๆ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าคนเก็บส่วยเริ่มกังวลว่าจะถูกคนจ่ายเงินแบล็กเมล แล้วนำมาส่งให้ตน สื่อก็ตื่นตัวความเดือดร้อนประชาชนก็น้อยลงไปด้วย
ภายหลังจากที่นายษิทรา เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบถามกับตนว่าจะให้รวม คดีนี้เป็นสำนวนเดียวกับคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือบิ๊กโจ๊กเลยหรือไม่ โดยตนจึงได้บอกให้นำไปรวมเป็นคดีเดียวกันด้วย ซึ่งอีกประมาณ 2-3 วัน ตนจะเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพิ่มเติม
******************



นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา









