รมว.ทวี เชื่อ T4SEA ยกระดับความยุติธรรมอาเซียน

ทวี สอดส่อง เขื่อมั่นหลักสูตร T4SEA ของ TIJ ขจัดความท้าทาย 9 ประเด็นปัญหากระบวนการยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศ เกิดความเชื่อมโยง ความหวัง การต่อสู้ความอยุติธรรมของภูมิภาคอาเซียน

วันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 17.00 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตร “Training on Crime Prevention and Criminal Justice for Southeast Asia” (T4SEA) ในโอกาสที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย( TIJ ) เป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงดังกล่าว ที่ห้อง Conference Room ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย(ทีไอเจ) โดยมี ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันฯ นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาประจำสถาบันฯ ให้การต้อนรับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขึ้นกล่าวบนเวที โดยระบุว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร T4SEA ทุกท่าน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมของไทย ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอีกส่วนหนึ่งมาจากธนาคารโลก สำหรับผู้เข้ารับการอบรมชาวต่างชาติ ผมขอต้อนรับการมาเยือนสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

การป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม จุดเริ่มต้นเราต้องทำความเข้าใจคำว่า “อาชญากรรม” ซึ่งตามหลักนิติธรรม คือ “ภยันตรายอันตรายต่อสังคม”เรียกได้ว่าอาชญากรรมไม่ใช่เพียงพฤติกรรมที่กฎหมายแต่กำหนดให้เป็นความผิดและกำหนดโทษไว้เท่านั้น แต่ต้องมีพฤติกรรมที่จัดเป็นอันตรายต่อการรวมกลุ่มของสังคมและต่อกันอยู่ดีมีสุขของสังคม

หลักการ “กันไว้ดีกว่าแก้” คือ การป้องกันอาชญากรรมย่อมมีความสำคัญยิ่งกว่าการลงโทษอาญากร คติพจน์นี้ย่อมเป็นเป้าหมายสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่การออกกฎหมายที่ต้องใช้ถ้อยคำภาษาที่ชัดเจน ไม่แอบแฝง ไม่กำกวม ไม่เปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจมากตามอำเภอใจ ซึ่งการตีความกฎหมายต้องอาศัยผู้ที่เข้าใจลึกซึ้งถึงเจตนารมณ์ซึ่งก็คือ ผู้ร่างกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

ขณะที่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ต้องมีจุดกำเนิดจากความยุติธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนจำนวนมาก ที่สำคัญ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องไม่เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ ผู้ทรงอิทธิพล หรือกลุ่มนายทุนเพื่อกดขี่กดทับคนไร้อำนาจ สร้างความอ่อนแอจนนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำเกิดความขัดแย้งในสังคม

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ในภูมิภาคอาเซียนมีหลายประเด็นที่ท้าทาย ประเด็นแรก คือ ปัญหาการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะในคดีอาญาที่ต้องการยกระดับให้มีความเป็นมาตรฐานสากล ต้องดำเนินไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นอิสระ และมีความเป็นกลาง

2. ปัญหาความอิสระในกระบวนการยุติธรรม ทั้งการแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอกและภายในองค์กร รวมถึงมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงทนายความในหลายประเทศถูกโจมตี ทั้งๆ ทางร่างกาย ถูกโจมตีในโลกออนไลน์หรือถูกดำเนินคดีเพียงเพราะทำหน้าที่ของตน

3 ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมของผู้ต้องหา เช่นจากการคุมขังโดยไม่มีการทบทวนโดยฝ่ายตุลาการภายในระยะเวลาที่สอดคล้องกับที่กฎหมายระหว่างประเทศกำหนด รวมถึงการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในระหว่างการควบคุมตัวแต่ไม่มีการสืบสวนสอบสวน หรือนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ปัญหาการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือหรือกลั่นแกล้งจำกัดสิทธิและเสรีภาพ หรือที่เรียกว่าคดี SLAPP

5.กระบวนกสรรุยุติธรรมที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของกลุ่มเปราะบาง ทั้งต่อตัวเด็ก เยาวชน หรือผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศ

6.กรณีข้ามพรมแดน ที่มักพบคดีไม่มีความคืบหน้าด้วยหลายเหตุผล รวมถึงการขาดความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพระหว่างประเทศ ทั้งในกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการส่งต่อพยานหลักฐานในการดำเนินคดี

7.การเยียวยาที่ไม่เป็นประธานมาตรฐานสากล ขาดความรวดเร็วและยากต่อการเข้าถึงของผู้เสียหาย

8.ปัญหาที่เกิดจากการกำหนดโทษทางอาญาที่เฟ้อเกิน (overcriminalslization) ที่ไม่ได้สัดส่วนตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

9.ปัญหากระบวนการยุติธรรมยังไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของอาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ ขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ เช่น อาชญากรรมทางไซเบอร์ อาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม อาชญากรรมข้ามชาติของขบวนการการค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด เป็นรูปแบบอาชญากรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือ ความเชี่ยวชาญร่วมกัน

ทั้งนี้ประโยชน์ที่ประเทศไทยและในภูมิภาคนี้จะได้รับจาก TIJ และ T4SEA คือ การยกระดับมาตรฐานระหว่างประเทศ ด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผมเห็นว่า หัวใจของมาตรฐานระหว่างประเทศ คือ การสร้าง “ความหวัง” ในการต่อสู้ความอยุติธรรม พร้อมส่งเสริมด้วยความรู้ ทักษะวิธีคิดที่ทันยุคทันสมัยให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมและความเป็น “เพื่อน” ที่มีใจเดียวกัน คือ อยากเห็นความยุติธรรม ซึ่งผมเชื่อว่ามีความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ คนในภูมิภาคน่าจะเข้าใจได้เป็นอย่างดี

ในอนาคต ผมอยากเห็นพื้นที่แห่งนี้ของ TIJ สามารถเชื่อมโยงผู้คนในกระบวนการยุติธรรมเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่เฉพาะคนในกระบวนการไทยเท่านั้น แต่เป็นคนในกระบวนการยุติธรรมจากประเทศอื่นๆ ที่เป็นลักษณะเป็นเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์รวมของภูมิภาค

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณ TIJ และ UNODC ที่ร่วมกันทำหลักสูตร T4SEA ขึ้น ขอให้การดำเนินงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จและทำได้ต่อเนื่องจนเกิดพลังการเปลี่ยนแปลงได้อย่างที่ตั้งใจ

*************************

นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา