ด็อกเตอร์สาวร้อง ‘กัน จอมพลัง’ ถูกสามีใช้มีดดาบซามูไรไล่ฟัน ทำร้ายร่างกาย จนเข้าห้อง ICU หลังจับว่านอกใจ สามีลั่นเป็นตำรวจ ฆ่าใครก็จะไม่ติดคุก
กัน จอมพลัง พาผู้เสียหาย ดร.หญิง (นามสมติ) อายุ 37 ปี ไปที่ สภ.โพธิ์แก้ว จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากได้แจ้งความสามีซึ่งเป็นตำรวจทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 31 พ.ค.67 ที่ผ่านมา แต่คดีไม่คืบหน้า
ดร.หญิง (นามสมมติ) เปิดเผยว่าเธอทำงานอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อช่วงปี 2557 เธอเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้พบกับนายหนุ่ม(นามสมมติ) ผู้เป็นสามี ซึ่งเป็นตำรวจอยู่หน่วยหนึ่ง มาเรียนปริญญาโท ซึ่งมาเรียนในวิชาที่เธอสอน จากนั้นก็ได้ทำความรู้จักกัน ด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน จึงได้คบหากันเป็นแฟน ปี 2560 นายหนุ่ม(นามสมติ)เป็นคนนิสัยดี เทคแคร์ ดูแลเอาใจใส่มาตลอด เป็นสุภาพบุรุษ จึงได้ตกลงแต่งงานกันเมื่อปี 2562

หลังจากแต่งงาน มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 5 ปี ต่อมาช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 สามีเริ่มเปลี่ยนไป ไม่กลับบ้าน อ้างว่าติดงานเข้าเวร โทรไปไม่รับ เวลาวิดีโอคอลไปก็บล็อกเบอร์ ปกติแล้วจะรับสายตลอด ไม่ปิดบัง รวมถึงบางครั้งตอบคำถามไม้ตรงคำถาม ตนจึงเกิดข้อสงสัยในตัวสามีตั้งแต่นั้นมา
ดร.หญิง(นามสมติ) กล่าวอีกว่า เธอจึงอาศัยช่วงที่สามีหลับ เปิดโทรศัพท์มือถือของสามี พบข้อความแชท ว่าสามีคุยกับผู้หญิงอื่นในเชิงชู้สาว และผู้หญิงคนดังกล่าวยังปักหมุดให้สามีเธอไปหาด้วย หลังจากเธอรู้เรื่องจึงขับรถตามไปดู พบว่าสามีอยู่กับผู้หญิง
หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงรับรู้ว่าถูกสามีเธอหลอก จึงยุติความสัมพันธ์กันไป เธอจึงไม่เอาเรื่อง ซึ่งตอนนั้นสามีบอกว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะเป็นห่วงลูก เธอจึงให้โอกาสเรื่อยมา แต่สามีก็ยังมีพฤติกรรมกลับมาเจ้าชู้เหมือนเดิม ครั้งล่าสุดวันที่ 28 พ.ค.67 ที่ผ่านมา สามีบอกว่าจะไปเช่าพระ เธอเกิดความสงสัยในตัวสามี จึงขับรถตามไปดู ปรากฏว่าเห็นภาพบาดตาบาด คือสามีไปรับผู้หญิงคนใหม่ แต่เธอก็ยังไม่บอกว่าเธอรับรู้แล้วว่าสามีโกหก วันนั้นกลับมานอนด้วยกันที่บ้านตามปกติ พอเช้า สามีเดินทางไปเข้าเวรตามปกติ แต่สามีกลับไลน์มาหาและด่าทอให้เลิกยุ่งกับสามี เพราะสามีบอกว่าจะไปมีเมียน้อย ก็เป็นเรื่องของเขา และยังข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายอีก หากไม่เลิกยุ่ง สามีข่มขู่ว่า “ถ้ามึงมายุ่ง กูจะเอามีดดาบซามูไร ที่กูสะสมไว้ที่บ้าน ฟันหัวมึง” ซึ่งคำข่มขู่ของสามี ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงโทรหาผู้บังคับบัญชาของสามีเพื่อขอคำปรึกษา แต่กลับได้คำปรึกษาโดยให้เธอและสามีไปหย่าร้างกัน ให้ไปเคลียร์กันเอง เป็นเรื่องของครอบครัว ไม่อยากให้หน่วยงานเสื่อมเสีย
ต่อมา วันที่ 31 พ.ค.67 ที่ผ่านมา เธอได้เดินทางไปทำงานตามปกติ และเป็นวันที่สามีออกเวรมาอยู่ที่บ้าน เธอไม่สบายใจ จึงเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.นางเลิ้ง จากนั้นเดินทางกลับบ้าน พบว่าสามีอยู่ที่บ้าน พร้อมเพื่อนตำรวจอีก 2 คน สามีเอามีดดาบซามูไรที่สะสมไว้ ออกมาวางเรียงกันไว้ที่ห้องรับแขก นับ 10 เล่ม
จากนั้นสามีพาลูกไปไว้ในห้องนอนและเดินออกมาพูดคุยกับเธอ สามีถามว่า “ทำไมต้องโทรไปที่หน่วย” เธอพยายามบอกว่าอย่าทะเลาะกันเลย ลูกอยู่ที่บ้าน สงสารลูกถ้าลูกต้องมารับรู้ และเกิดการโต้เถียงกัน จนคุยกันไม่รู้เรื่อง เธอโมโหจึงหยิบดาบที่วางอยู่ ฟันต้นไม้ไปหนึ่งครั้ง

ขณะเดียวกันสามีหยิบดาบแล้ววิ่งมาหาเธอพร้อมกระชากแขนล้มลงกระแทกพื้น สามีกระทืบที่บริเวณหัวหลายครั้ง และเอามีดมาเฉือนที่หน้า จากนั้นเพื่อนตำรวจของสามีวิ่งมาห้าม บอกว่า “อย่าทำ” แต่สามีไม่หยุด กระทืบเธอต่อ เตะที่ชายโครง เอามีดดาบมาฟันที่หลังของเธอ เธอพยายามวิ่งหนี แต่สามีก็ตามมากระทืบซ้ำต่อจึงแกล้งตาย สามีเลยหยุด จากนั้นจึงหาจังหวะวิ่งขึ้นรถแล้วล็อกประตู สามีตามมาฟันที่บริเวณรถหลายครั้ง วิ่งไปเอาค้อนในบ้าน และออกมาทุบกระจกรถ จึงพยายามตั้งสติโทรหา 191 แล้วรีบขับรถวนออกจากบ้าน แต่อีกใจก็เป็นห่วงลูกที่อยู่บ้าน จึงวนรถอยู่ภายในหมู่บ้าน เพื่อที่จะกลับไปรับลูก แต่สภาพของเธอไม่ไหว จึงขับรถออกไปที่ป้อม รปภ. เจ้าหน้าที่ รปภ.จึงเดินเข้ามาช่วย จากนั้นกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูลูกว่าปลอดภัยดีแล้ว หลังจากนั้นเธอจึงไปโรงพยาบาล รักษาตัวอยู่ห้อง ICU มา 2 วัน ระหว่างนั้น พี่สาวของเธอไปรับลูกออกมาจากบ้าน
ดร.หญิง(นามสมติ) กล่าวว่า สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุด คือสามีเคยบอกว่าเป็นตำรวจ หากฆ่าใครก็จะไม่ติดคุก เธอกลัว จึงมาร้องกัน จอมพลัง ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
กัน จอมพลัง กล่าวว่า วันนี้รับปากจะช่วยเหลือ ดร.กานต์ เนื่องจากฝ่ายสามีชอบข่มขู่ และอ้างกับบรรดาสาวๆ ว่า เป็นตำรวจอยู่หน่วยงานหนึ่ง พร้อมได้ประสานพันตำรวจเอก จิระเดช ชมภูนิตย์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อช่วยเหลือเร่งรัดคดี พร้อมพม.จังหวัดนครปฐมลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย
*********************


นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา









