เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 67 ที่ผ่านมา นางนุชนภา (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กล่าวหาว่า นายชาญชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้เป็นสามี ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น นางนุชนภา ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อประมาณปี 3-4 ปี ก่อน ตนเองได้อยู่กินฉันสามีภรรยากับนายชาญชัย
โดยอาศัยอยู่บ้านของนายชาญชัย ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี 2566 ตนเองได้รับ ด.ญ.เอ หลานสาว ซึ่งเป็นบุตรของบุตรสาวของตนที่ได้แยกทางกันอยู่กับสามี มาอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งโดยปกติตนเองจะออกไปทำงานที่ร้านอาหารในช่วงกลางคืน ให้นายชาญชัย นอนอยู่กับหลาน ซึ่งนายชาญชัย ได้ใช้โอกาสที่ ด.ญ.เอ นอนหลับ ได้ถอดเสื้อผ้าและได้กระทำละเมิดทางเพศ
โดยการเอาอวัยยะเพศชายไปถูไถล ด.ญ.เอ ซึ่งบางครั้ง ด.ญ.เอ ตื่นมาพบ นายชาญชัย ก็ข่มขู่ไม่ให้ร้อง และไม่ให้บอกยาย กระทั้งตนเอง มาทราบเรื่องจากเพื่อนของ ด.ญ.เอ และเมื่อสอบถามหลานสาวแล้วได้ความจริง จึงเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำนินคดีกับ นายชาญชัย ผู้ต้องหา เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ และส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.น้ำพอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของนายชาญชัย ผู้ถูกกล่าวหา โดยในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวไปที่บ้าน ได้พบนางนุชนภา กำลังเดินมาที่บ้านพอดี จึงได้สอบถามเรื่องดังกล่าว แต่นางนุชนภา ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปกับชายสูงวัยรายหนึ่งโดยไม่ทราบว่าไปที่ใด ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปที่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุ โดยได้พบกับนายชาญชัย ผู้ถูกกล่าวหา ที่กำลังทำงานอยู่ภายในบ้าน
นายชาญชัย กล่าวว่า ตนเองได้อาศัยอยู่กินกับนางนุชนภา ในฐานะภรรยาใหม่ ได้ประมาณ 4-5 ปี แล้ว โดยหลังจากที่นางนุชนภา มาอยู่ด้วยก็ได้พาหลานสาว 2 คน มาอาศัยอยู่ด้วยกัน รวม 4 คน โดยนางนุชนภา มีอาชีพเป็นพนักงานร้านอาหารในพื้นที่ อ.น้ำพอง จะออกไปทำงานเวลากลางคืน กลับมาบ้านก็จะเมากลับมาแทบทุกครั้ง และก็มักจะมีปากเสียงกันประจำ ส่วนตนเองมีอาชีพเป็นช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ก็จะอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่
โดยเวลากลางคืน หลานสาวทั้ง 2 คน ก็จะนอนอยู่ที่บ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลัง ส่วนตนเองก็จะนอนอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งตนเองได้ทราบเรื่องที่ภรรยาของตนไปแจ้งความจับตนเองในข้อหาล่วงละเมิดหลานสาว จากเพื่อนบ้านที่เล่าให้ฟังเมื่อวานนี้ ซึ่งตนเองก็สงสัยว่า ทำไมภรรยาถึงได้ไปแจ้งความโดยที่ไม่มาพูดคุยกับตนเองก่อน โดยเมื่อช่วงเช้าตนเองก็ได้สอบถามภรรยาถึงเรื่องนี้ แต่ภรรยาก็บอกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกันก่อนจะออกจากบ้านไป ตนเองยืนยันว่า ไม่เคยทำการล่วงละเมิดหลานสาวตามที่ถูกกล่าวหา แม้ว่าหลานสาวจะไม่ใช่หลานแท้ๆ ของตนเอง
แต่ตนเองก็รักและเอ็นดูเหมือนลูกหลาน อายุตนเองมากขนาดนี้แล้วและเคยผ่านการมีภรรยามาแล้วหลายคน จะไปทำแบบนั้นกับหลานได้อย่างไร อาจจะมีบ้างที่ดุด่าว่ากล่าวหลานสาวเวลาที่หลานบอกไม่ฟัง และขอเงินบ่อย แต่ก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดี กับข้อกล่าวหาดังกล่าวตนเองมองว่าเป็นการกล่าวหาที่รุนแรง หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพาตัวไปสอบสวน ตนเองก็พร้อมให้ปากคำ เพราะยืนยันว่าไม่ได้ทำอะตามที่ถูกกล่าวหา

ล่าสุด พ.ต.อ.ชุมพล บัวชุม ผกก.สภ.น้ำพอง ได้สั่งการให้ สารวัตรสืบสวน สภ.น้ำพอง พร้อมด้วยชุดสืบสวน เดินทางไปควบคุมตัวนายชาญชัย มาสอบสวน โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที นายชาญชัย ก็ยอมเปิดปากรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) หลานสาววัย 14 ปี จริง โดยก่อเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง ครั้งล่าสุดก่อเหตุเมื่อประมาณ 5 วันก่อน
โดยอาศัยช่วงที่นางนุชนภา ภรรยาใหม่ของตนเองออกไปทำงานที่ร้านอาหารในเวลากลางคืน ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายชาญชัย ไปที่ห้องสอบสวน ผู้สื่อข่าวได้ถามนายชาญชัยว่า ตอนที่นักข่าวเดินทางไปหาที่บ้าน เหตุใดจึงปฏิเสธและบอกว่า ตนเองไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา นายนชาญชัย ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ตอนแรกไม่แน่ใจ” ก่อนที่จะบอกว่า ยอมรับว่าทำจริง และทำมาแล้วประมาณ 3 ครั้ง
ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากชุดสืบสวนเพิ่มเติมว่า ในการก่อเหตุของนายชาญชัย จะอาศัยช่วงเวลากลางคืน ที่นางนุชนภา ออกไปทำงานที่ร้านอาหารในเวลากลางคืน ซึ่งกว่าที่นางนุชนภา จะกลับเข้าบ้านก็เป็นช่วงเช้า ทำให้นายชาญชัย อาศัยช่วงนี้ก่อเหตุ ซึ่งในช่วงก่อเหตุ หลานสาวคนเล็ก วัย 11 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของ ด.ญ.เอ ที่ถูกล่วงละเมิด ได้เห็นนายชาญชัยก่อเหตุกับพี่สาวตนเอง
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัว ด.ญ.ทั้ง 2 คน ไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ โดย ด.ญ.เอ ได้ถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายแล้ว ขณะนี้รอผลการตรวจจากแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในสำนวนคดี เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหานายชาญชัย 2 ข้อหา คือ 1.ข้อหากระทำอนาจาร 2.ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ก่อนจะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่นฝากขัง
พงษ์พจน์/พูนสรร บุญมีวิเศษ……….รายงาน
*************************


นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา









