กลุ่มผู้ประกอบการ K4 ร้อง “ดร.แก้ว”เดือดร้อน ปมข่าวลือหลอกลงทุน ทำธุรกิจพังเสียหายเกือบพันล้าน

เนื่องจากบริษัทนี้มีให้เลือก 2 ตัวเลือก คือ 1.รายได้จากการเติมเงิน 2.รายได้จากการขายซิม ส่วนตนนั้นมีข้อจำกัดส่วนตัวในเรื่องของตู้เติมเงิน จึงหันมาสนใจและเลือกซิมการ์ดแทน มีรายได้โดยบริษัทจะแบ่งผลประโยชน์ด้านกำไรให้กับตนอย่างมั่นคงตลอดการใช้งาน ที่ผ่านมาผลประกอบการเนื่องจากธุรกิจการสื่อสารอินเตอร์เน็ตเป็น Worldwide มั่นคงอยู่แล้ว เพียงแต่จะแสดงให้เห็นอย่างไรว่าบริษัทของเราสามารถที่จะใช้ได้ดี และดีอย่างไร ซึ่งเวลาออกตลาดฟีดแบคจากลูกค้ามักจะมีคำชมอยู่เสมอ เช่น สัญญาณดี อินเตอร์เน็ตแรง รวมถึงราคาก็สามารถจับต้องได้ ตนได้มีโอกาสเข้าไปอบรมและตรวจสอบงาน โดยบริษัทนี้จะมีนโยบายให้คนที่สนใจในธุรกิจจริงๆ เรียนรู้ว่าการทำธุรกิจต้องทำอย่างไร โดยมีการให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนตัวตนนั้นเข้าไปเรียนรู้ตามสิทธิ์ที่ควรได้รับ ตอนนี้ในด้านการทำงานไม่ประสบปัญหาอะไร แต่เนื่องจากข่าวทำให้ประสบปัญหาในด้านของความเชื่อมั่น ว่าจะเป็นจริงตามข่าวหรือไม่ อยากให้ดร.แก้วช่วยเหลือ ว่ามีผู้ประกอบการอีกหลายคนที่เปิดศูนย์ฯ และทำธุรกิจนี้ได้จริงๆ ตนอยากจะให้ธุรกิจนี้อยู่คู่กับคนไทย บริษัทฯดำเนินกิจการเอื้อให้กับประชาชนคนไทย จึงอยากให้ธุรกิจนี้สามารถประกอบกิจการและอยู่ต่อไปได้

ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ“ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” กล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อจากกลุ่มผู้ประกอบการ K4 ว่าต้องการพื้นที่ในการให้ช่วยประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนทั่วไปในการประชาสัมพันธ์ว่าธุรกิจนี้เกิดขึ้นจริง ไม่มีการหลอกลวง วันนี้ในนามของผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้ชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน หลังจากได้ตรวจสอบเอกสารข้อมูลพบว่ามีการทำธุรกิจนี้จริง โดยมีรายละเอียด เงื่อนไขการให้บริการต่างๆ รวมถึงยังนำตู้เติมเงินมาให้ตรวจสอบว่าสามารถเติมเงินได้จริง ใช้งานได้จริง หลังจากนี้ตนจะประสานงานให้หน่วยงานของรัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการในกรณีทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ในนามของเพจดร.แก้วช่วยได้ ขอให้ประชาชนพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหน่วยงานรัฐจะเป็นผู้ตอบเองว่าผิด ถูก หรือไม่อย่างไร