ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกต หวั่นส่งผลต่อการเลือกผู้ใหญ่บ้าน ไม่โปร่งใส ไร้ความยุติธรรม
เมื่อวันที่ 25 เม.ย.68 เวลา 10.00น.ที่ที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ได้มีชาวบ้านจากบ้านโคกสะอาด หมู่ที่ 5 ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว จำนวน 40 คน เดินทางมายื่นหนังสือ ต่อ พ.จ.อ.อนุสิทธิ์ บัวหุ่ง นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว เพื่อสอบถาม ติดตามความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคำเขื่อนแก้ว เมื่อวันที่ 11 เม.ย.68 ที่ผ่านมา ขอให้ตรวจสอบบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของบ้านโคกสะอาด หมู่ที่ 5 ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ที่มีจำนวนผู้ย้ายเข้าจำนวนมากผิดปกติ หวั่นส่งผลกระทบและเกิดความไม่โปร่งใสในการเลือกผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 30 เม.ย.68 ที่จะถึงนี้ โดยมีนายเอกภพ มีธรรม ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบงานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ เป็นผู้รับหนังสือแทนนายอำเภอคำเขื่อนแก้ว
สืบเนื่องมาจากในวันที่ 30 เม.ย.68 จะมีการเลือกผู้ใหญ่บ้าน บ้านโคกสะอาด หมู่ที่ 5 ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว ซึ่งมีผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านจำนวน 2 คนคือ นายวิรัตนฺ์ กลบกลิ่น หมายเลข 1 และนางสาวหฤทัย บุญปก หมายเลข 2 แต่ในช่วงระยะเวลาก่อนมีการเลือกผู้ใหญ่บ้าน ทีมงานของนายวิรัตน์ กลบกลิ่น ผู้สมัครหมายเลข 1ได้ทำการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกผู้ใหญ่บ้าน พบว่าในบัญชีผู้มีสิทธิ์ฯมีการย้ายเข้าจากบุคคลนอกพื้นที่เข้ามามากอย่างผิดสังเกตและมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการลงคะแนนเลือกผู้ใหญ่บ้านคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้การเลือกผู้ใหญ่บ้านเป็นไปอย่างไม่โปร่งใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม จากการย้ายเข้ามีข้อพิรุธที่น่าสังเกตคือ
1.มีจำนวนผู้ย้ายเข้าเพิ่มจากบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายก อบจ.ยโสธร เมื่อไม่นานมานี้จากเดิม 230 คนเพิ่มขึ้นเป็น 274 คน
2.ย้ายเข้าบ้านเลขที่เดียวถึง 11 คนทั้งที่จริงมีคนอยู่เพียง 2 คน
3.มีการย้ายเข้าในเวลาใกล้เคียงกัน
ประเด็นที่ชาวบ้านต้องการให้ศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบและดำเนินการดำเนินการ
1.ตรวจสอบจุดประสงค์ของการย้ายเข้า ตามรายชื่อที่ย้ายเข้า ตามบ้านเลขที่ที่ได้แนบมาพร้อมหนังสือ ลงวันที่ 11 เม.ย. 68
2.ขอให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จและแจ้งให้ผู้ร้องทราบ ภายในวันที่ 28 เม.ย.68
3 .ขอให้ใช้บัญชีผู้มีสิทธิ์เดิมที่ใช้เลือกตั้งนายก อบจ.มาใช้ในการเลือกผู้ใหญ่บ้านคือจำนวน 230 คน
4.เมื่อการตรวจสอบแล้วเสร็จและพบว่ามีการกระทำที่ผิดระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
5.หากการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จก่อนวันเลือกผู้ใหญ่บ้าน ขอให้ทางอำเภอประกาศขยายเวลาการเลือกฯออกไปตามระเบียบปฏิบัติ
เมื่อได้รับหนังสือแล้ว นายเอกภพ มีธรรม ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบงานศูนย์ดำรงธรรม อ.คำเขื่อนแก้ว ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ทางศูนย์ก็ได้เร่งรีบดำเนินการในเรื่องนี้เช่นกัน โดยได้เรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบถามหาข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดระเบียบหรือกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนการเลือกผู้ใหญ่บ้านหากการสอบข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้น คงต้องขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 30 วันตามระเบียบปฏิบัติ เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงเป็นที่พอใจแล้วจึงได้แยกย้ายกันกลับ พร้อมได้บอกกับสื่อมวลชนว่าหากทางอำเภอไม่ทำการถอนรายชื่อที่ย้ายเข้ามาใหม่เพื่อรองรับการลงคะแนนเลือกผู้ใหญ่บ้านออกได้พวกตนจะทำเรื่องร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อไป
/////////// ชัยพร พันสาย/รายงานจากจังหวัดยโสธร/080-694-4636









