ไม่มีการแจ้งสำรวจถือครองตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และไม่ได้มีการแจ้งสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อีกทั้งไม่อยู่ในโครงการพุทธอุทยานของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่อย่างใด
ความคืบหน้ากรณีเพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำภาพอาคารที่กำลังก่อสร้างใหม่มาโพสต์ลงในเฟสบุ๊ก พร้อมกับระบุว่า เร่งตรวจสอบการลักลอบตัดไม้ ปลูกสร้างศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา รุกล้ำอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จำนวน 24 หลัง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม บุกตรวจสอบพื้นที่ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา หลังได้รับแจ้งเบาะแสการลักลอบตัดไม้ พบการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งการตัดไม้หวงห้ามและก่อสร้างอาคารถาวรหลายสิบหลัง
ล่าสุดวันนี้ 16 พ.ค.68 นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายโดม จันทร์สุวรรณ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด พบว่ามีการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม บริเวณศูนย์ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานธรรมกาญจนา บ้านวังขยาย หมู่ที่ 2 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนางสาวรุ่งอรุณ (ขอสงวนนามสกุล) อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ
ซึ่งนางสาวรุ่งอรุณ ให้การว่า ตนเป็นผู้รับจ้างทำงานด้านเอกสาร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นของศูนย์ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานธรรมกาญจนา จากการตรวจสอบสำเนาเอกสารพบเป็นบัญชีมูลนิธิหรือหนังสือให้อำนาจจัดตั้ง เปลี่ยนแปลงมูลนิธิ (แบบ ม.น. 2) แต่ไม่มีเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินมาแสดงต่อคณะเจ้าหน้าที่
เมื่อเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่พบต้นไม้ถูกตัดโค่น ตัดทอน และนำมาวางกองรวมไว้บริเวณเดียวกัน จำนวน 6 ท่อน และอีกจำนวน 5 ท่อน วางกระจายอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน ภายในพื้นที่ดังกล่าวพบมีการก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างแบบถาวรหลายรายการ รวมทั้งตรวจพบเครื่องจักรกลสำหรับการก่อสร้างหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง
ประกอบด้วย 1. ไม้แดง จำนวน 7 ท่อน รวม 2.19 ลูกบาศก์เมตร 2. ไม้สมอพิเภก จำนวน 4 ท่อน รวม 2.27 ลูกบาศก์เมตร 3. เลื่อยโซ่ยนต์ ขนาดแผ่นบังคับโซ่ 22 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง 4. รถเครน ขนาด 25 ตัน จำนวน 1 คัน 5. รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ติดตั้งเครน จำนวน 1 คัน 6. รถโม่ปูน จำนวน 1 คัน 7. รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน และอาคาร บ้านพัก และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมจำนวน 24 รายการ
นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจจับค่าพิกัดรอบแปลงพื้นที่เกิดเหตุ ที่มีการบุกรุกทำประโยชน์ นำค่าพิกัดดังกล่าวมาคำนวณพื้นที่ คิดเป็นเนื้อที่ จำนวน 15-0-00 ไร่
โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งสำรวจถือครองตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และไม่ได้มีการแจ้งสำรวจถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 อีกทั้งไม่อยู่ในโครงการพุทธอุทยานของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่อย่างใด
ทั้งนี้นางสาวรุ่งอรุณ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเข้าไปบุกรุกพื้นที่เพื่อก่อสร้างอาคารดังกล่าว มีนายฝ้าย ไม่ทราบชื่อ และนามสกุลจริง เป็นผู้ควบคุมงาน มี นายณกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล)เป็นผู้จัดการโครงการก่อสร้างดังกล่าว โดยช่วงเช้าวันนี้ 16 พ.ค.นายณกรณ์ ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้ามาบุกรุกครอบครองพื้นที่ ก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้าง ทำไม้หวงห้ามดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ดังนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย 7 ข้อกล่าวหา
1. ฐาน ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (1) และมาตรา 41
2. ฐาน เก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (2) และมาตรา 42
3. ฐาน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 31
4. ฐาน ทำไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 และมาตรา 73
5. ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี
6. ฐาน มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 69
และ 7. ฐาน มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อย โซ่ยนต์ ตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 มาตรา 4 และมาตรา 17
…………………………..
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี พัชรินทร๋ พัฒนะพิชัย









