ยะลา.- สวญ.สภ.ตาเซะ ที่มีในร้านค้าในหมู่บ้าน อาทิ ข้าวสาร , ไข่ , น้ำตาลทราย , กะทิสด ติดไม้ติดมือไปเลย นำไปฝากพี่ๆ ที่ช่วยกันกวนบนกระะทะใหญ่นานกว่า 3 – 5 ชม./กระทะขนาดมหึมา กวน
สลับไปกว่าจะสุกได้เต็มที่ยิ่งกวนนานๆ ก็ยังมีรสชาติที่อร่อย นั่นคือ “ขนมกวนอาซูรา” โดยเฉพาะทางใต้ภาคใต้ หลายคนได้ร่วมสมทบทุบ สนับสนุนกิจกรรม และการมีส่วนร่วมกับชาวบ้านตามที่ มติคณะ รมต.ชุดใหม่ อย่าง มท.1 ป้ายแดง นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้เปรยไว้เมื่อวานนี้ เนื่องในวันชรบ.แห่งชาติ 19 ก.ค. 68
หากขาด บุคลากรคนสำคัญเหล่านี้ไป ใครจะมาช่วยเฝ้าหม฿ฝู่บ้านและเป็นตาสัปปะรดให้คนทั้งชุมชนรวมไปถึงประเทศชาติมีความสุขกันถ้วนหน้า !!
.
ผุ้สื่อข่าวของเราได้รายงานว่า เมื่อวาน(วันที่ 20 กรกฎาคม 2568) เวลา 07.30 น. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล (สวญ.สภ.ตาเซะ) ได้เดินทางไปเข้าร่วมงานที่ตาดีกา มีการจัดกิจกรรม“ร่วมสานสัมพันธ์้พหวัรุ่วัฒนธรรมไทย พุทธ อิสชามวัฒนธรรม ด้วยการกวนขนมอาซูรอ เป็นประจำทุกๆปี สืบสานนานนับ10ปี
.
พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล (สวญ.สภ.ตาเซะ) เปิดเผยว่า การที่ตำรวจคลุกคลีกับประชาชน ชาวบ้าน ตาสีตาสา หรือ ดอเลาะห์ เเบมัง เเบมะ นั้นก็ถือว่าการร่วมกิจกรรรมในงานายยอมรับว่าตื่นเต้น ที่จะได้ร่วมกิจกรรมต่างศาสนา การทำงานร่วมสืบสานประเพณีที่ยาวนานมากควรที่จะอนุรักษ์ไว้ สำหรับการกวนบู๊โบซูรอนั้น ชาวมุสลิมถือว่าเป็นการให้เกียรติกันอย่างมาก โดยเฉพาะบุคคลสำคัญ บุคคลที่มีคุณูปการรวมถึงคนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันๆปี นั่นคือ สมัยท่านนบีนุฮฺ หรือ โนอาร์ พระเจ้าได้ทรงพิโรจน์หนัก พระเจ้าให้มีการเกิดฝนตกหนัก 40 วัน 40 คืน น้ำผุดทะลักจากผิวใต้ดิน ผุดเป็นดอกเข็ม
ต่อไปนี้ จะเป็นการเล่าเรื่องราวต่างๆ และะอ้างอิงที่มาของการทำบูโบอาชูรา คืออะไร !!?
ซึ่งในหลายตำบล หลายหมู่บ้านเริ่มการจัดกิจกรรมนี้แล้ว ถือว่าเป็นฤกษ์งามดี อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมเรา มีรวมตัวจัดงานอย่างกับงานวัดกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ บริเวณภายในพื้นที่เขต รอยต่อตาดีกา – บ้านตาเซะ ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา ไม่ได้ไกลมากนัก !!
.
นอกจากท่านสารวัตรใหญ่ ท่านนี้หนุ่มรุ่นใหม่ไฟกระพิบคนนี้หน้าตาจะหล่อเหลาเอาการ ไม่ใช่มีดีแค่่หน้าตาที่เป็นศรีแก่่วงศ์ตระกูล เขายังมีแนวคิด และวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าคนหลายๆคนคิดได้ ดั่งที่เคยเห็นกันมาแล้ว เมื่อสมัยยังอยู่เป็นายเวรให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรในยุคสมัยนั้น อาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่เข้ากับประชาชนได้ดีกว่าที่เป็น นอกจากจะได้อยู่นั่งพูดคุย พบปะชาวบ้านในเรื่องของการพัฒนาชุมชนแบบพึ่งพาตนเอง หาแนวทางสร้างงาน สร้างอาชีพให้กลุ่มที่ไม่ประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่เก็บขี้ยางไปขายบางวันไม่พอเลี้ยงครอบครัวที่มีสมาชิกรวมกันนับ10คน การเข้ามาอยู่กับมวลชลสามารถทำให้ สภอ.ตาเซะนั้น เปลี่ยนแปลงงในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างงเห็นได้ชัดเจน
.
สำหรับประชาชนรุ่นอวุโส ในพื้นที่ต่างก็เห็นงามกับสิ่งที่ทาง จนท.หลายฝ่ายในตาเซะเข้ามาทุกสัปดาห์ อย่างไรก็ดีการประคับประคองกลุ่มเยาวชนที่ติดยาเสะฝพติด ที่อยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ระดับชั้นมัธยมต้น-มัธยมปลาย แนววแนววการสมัครงานต่างๆที่ว่างเอกชนต้องการโดยเฉพาะห้างที่เพิ่งเปิดใหม่ 2 ห้าง ทำให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนญาติสนิทมิตรสหายกลับมารวมตัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และแสวงหาความร่วมมือ ในการอยู่ร่วมกันแบบปกติสุขในสังคมแบบบที่เราสามารถออกแบบบเองอย่างที่ทุกๆคนในหมู่บ้านต้องการ
ในฐานะผู้สื่อข่าวเราก็เห็นเต็มไปด้วยการทำงานที่เต็มอิ่มด้วยพลัง จะถึงอย่างไร.. ?
ฝากทุกคนด้วยละกันว่า การใช้วิวาทะศิลป์ในการเข้าพบปะชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชน มันแตกต่างกันไม่มาก.. ทำให้คนที่มีความสามารถมีทุนทรัพย์ ไปร่วมกันลงธุรกิจในแหล่งพื้นที่ที่ไปช่วยกิจกรรม “อาซูรอสัมพันธ์ ประจำปี 2568 ”
.
สำหรับ พหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเรา ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา ซึ่งมีลักษณะเด่นในเรื่อง พหุวัฒนธรรม ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของวัฒนธรรมจากกลุ่มคนหลากหลาย ได้แก่ ชาวไทยพุทธ ชาวมลายูมุสลิม และชาวจีน ทำให้พื้นที่นี้มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
1. ศาสนาและความเชื่อ
• อิสลาม: เป็นศาสนาหลักของชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่ มีมัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เช่น มัสยิดกรือเซะ (ปัตตานี) ที่เก่าแก่และมีความสำคัญ
• พุทธ: ชาวไทยพุทธในพื้นที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมพุทธไว้ เช่น การทำบุญที่วัด เช่น วัดช้างให้ (ปัตตานี) ที่เป็นแหล่งศรัทธาของทั้งคนในพื้นที่และทั่วประเทศ
• จีน: ชาวจีนในพื้นที่นับถือศาสนาพุทธแบบมหายานและลัทธิเต๋า เช่น การไหว้เจ้าในศาลเจ้าจีน
2. ภาษา
• มีการใช้ภาษาหลากหลาย ได้แก่
• ภาษามลายูปัตตานี (ยาวี): เป็นภาษาหลักของชาวมลายูมุสลิม
• ภาษาไทย: ใช้ในการสื่อสารทางราชการและการศึกษา
• ภาษาจีน: ใช้ในชุมชนชาวจีนในพื้นที่
3. อาหารการกิน
• อาหารในพื้นที่ชายแดนใต้มีรสชาติเข้มข้นและได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายู เช่น
• ข้าวยำ: อาหารพื้นบ้านที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหลากชนิด
• โรตี-แกง: ที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดียและอาหรับ
• ขนมจีนซาวน้ำ: ซึ่งนิยมทั้งในกลุ่มไทยพุทธและมลายู
4. ศิลปวัฒนธรรม
• โนรา: การแสดงพื้นบ้านของชาวไทยพุทธในภาคใต้
• ดิเกร์ฮูลู: การแสดงพื้นบ้านของชาวมลายูมุสลิม
• การทำผ้าปาเต๊ะ: งานฝีมือที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่
• การแสดงมโนราห์และหนังตะลุง: แสดงถึงการผสมผสานวัฒนธรรมในพื้นที่
5. ประเพณีและเทศกาล
• ประเพณีฮารีรายอ: เทศกาลสำคัญของชาวมุสลิม
• ประเพณีสารทเดือนสิบ: ของชาวไทยพุทธในภาคใต้
• เทศกาลไหว้พระจันทร์: ของชาวจีนในพื้นที่
6. การอยู่ร่วมกัน
แม้จะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม แต่คนในพื้นที่ชายแดนใต้มีการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในความแตกต่าง มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคี เช่น การจัดตลาดรอมฎอน หรือกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เปิดให้ทุกกลุ่มเข้าร่วม
พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จึงเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันในพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งความท้าทายและความงดงามในเวลาเดียวกัน
ตอริก สหสันติวรกุล รายงานจาก จาก.ปัตตานี
(ภาพข่าว : ตำรวจ สภ.ตาเซะ อำเภอเมือง จ.ยะลา)
**********************













