วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ให้เกียรติเป็นประธานและกล่าวให้โอวาทในพิธีเปิดโครงการ“เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน”
รุ่นที่ 10 (Belia Thai Sejiwa Sehati) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการนี้ผู้บริหารศาลฎีกา และนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการโครงการเยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม เข้าร่วมพิธีด้วย
นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวว่ามีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 การที่สำนักงานศาลยุติธรรม
จัดโครงการขึ้น นับเป็นสิ่งที่ดีสอดคล้องต่อนโยบายประธานศาลฎีกา ด้านคุณธรรมนำทาง 
ข้อ 4 เสริมสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน โดยประชาสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมสาธารณะ
ทั้งในระดับเด็กและเยาวชน และทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย กระบวนการทางศาล ความยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อลดข้อพิพาท
ในสังคม เนื่องจากเมื่อเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีโอกาสได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทาง
ด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม เข้าใจถึงบทบาท และหน้าที่ของศาลยุติธรรม ในฐานะองค์กรหลัก
ของประเทศที่ใช้อำนาจตุลาการ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เพื่ออำนวยความยุติธรรม
ให้แก่คนในชาติ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ภายใต้หลักนิติธรรม ในโอกาสต่อไปภายหน้า หากมีความจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางศาลย่อมเข้าใจและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
นอกจากนี้ในโครงการยังมีการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่เยาวชน ด้วยการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย รวมถึงจัดให้มีการแนะนำแนวทางการศึกษาวิชากฎหมายให้แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
สำหรับการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ ในอนาคตของตนเอง นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับประโยชน์จากความรู้ ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย
การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ตลอดจนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านกฎหมายที่จะเป็นการเพิ่มพูนทักษะ และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชน ต่อสังคม และประเทศชาติ ตั้งแต่วัยเยาว์ อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขและสันติภาพอย่างยั่งยืนในภายภาคหน้า
นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าด้วยสถานการณ์ความไม่สงบ
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ทัดเทียมกับเยาวชนในภูมิภาคอื่น ด้วยเหตุดังกล่าวสำนักงานศาลยุติธรรม
โดยกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์จึงได้จัดโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ทางด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย ให้แก่เยาวชนที่มีภูมิลำเนา หรือกำลัง ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จำนวน 120 คน ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมาย การศาลยุติธรรม การศึกษาวิชากฎหมายทั้งในและต่างประเทศ การแนะนำแนวทางสู่การเป็นผู้พิพากษา และวิชาชีพกฎหมายอื่น ๆ ตลอดจนกิจกรรมเสริมสร้างทัศนคติในการดำเนินชีวิตที่ดี ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อการเรียนรู้ตนเอง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังจัดให้มีการศึกษาดูงานการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลยุติธรรม การเข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญของประเทศ ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี และจุฬาราชมนตรี
ต่อมาเวลา 14.30 น. พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ให้เกียรติเดินทางมาให้โอวาทแก่เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 ณ ศาลฎีกา
พร้อมกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารศาลยุติธรรม และเยาวชนทั้ง 120 คน จากโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ต้องขอแสดงความชื่นชมสำนักงานศาลยุติธรรมที่จัดโครงการนี้ให้แก่เยาวชน ซึ่งได้มีการดำเนินการมาเป็นรุ่นที่ 10 แล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เข้ามาฝึกอบรม และศึกษาดูงานทางด้านการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ซึ่งนอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการรับฟัง
การบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แล้วเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน
นอกจากนี้ ประธานองคมนตรี ได้กล่าวให้แง่คิดที่สำคัญแก่เยาวชนในโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ในการเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของประเทศชาติ ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
สาระสำคัญที่พลเอกสุรยุทธ์ได้ถ่ายทอด คือการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่อง “สิทธิและหน้าที่” โดยระบุว่าเมื่อบุคคลทราบถึงสิทธิของตนเองแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องควบคู่กันไปคือการปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองอย่างเคร่งครัด เช่น การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการทำหน้าที่พลเมืองที่ดีในการกำหนดทิศทางของอนาคตชาติ
นอกจากหน้าที่ด้านการเมืองการปกครองแล้ว พลเอกสุรยุทธ์ยังได้เน้นย้ำถึงหน้าที่ของเยาวชนชายไทยในด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการเสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้ารับราชการทหารหรือการเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ พร้อมทั้งได้หยิบยกสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยที่เคยมีเหตุปะทะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เห็นถึงความเสียสละของเหล่าทหารกล้าที่ยอมสละชีพเพื่อรักษาความสงบสุขของส่วนรวม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติในการปกป้องรักษาแผ่นดินที่เยาวชนควรภาคภูมิใจ
ในช่วงท้าย พลเอกสุรยุทธ์ได้ฝากความหวังไว้กับกลุ่มเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน ให้ร่วมกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่นในอนาคต เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งระดับชุมชนและระดับประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้คือ “ความสามัคคี” ของคนในชาติ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สังคมไทยเกิดความสงบเรียบร้อยและพัฒนาอย่างยั่งยืนสืบไป









