ศรชล. ประชุมติดตามเหตุเรือ SEALLOYD ARC อับปาง ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้ม เร่งจัดการคราบน้ำมันเป็นภารกิจหลัก

.วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2569) ที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง ณ ทัพเรือภาคที่ 3 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จัดประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางบริเวณใกล้แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต โดยมี พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งในพื้นที่และผ่านระบบออนไลน์
.
การดำเนินงานเป็นการบูรณาการร่วมกันของ เจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ทัพเรือภาคที่ 3 ศรชล.ภาค 3 กอรมน.จังหวัดภูเก็ต และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกีายวข้อง โดยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 มาตรา 27 วรรค 2 เพื่อยกระดับการสั่งการในรูปแบบ Single Command ภายใต้ระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ (ICS) ควบคู่กับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน
.
ด้านสถานการณ์ล่าสุด สามารถระบุตำแหน่งเรือใต้น้ำได้ชัดเจน มีการวางทุ่นกำหนดเขตและจัดกำลังลาดตระเวนเพื่อความปลอดภัยทางการเดินเรือ ขณะเดียวกันการจัดการคราบน้ำมันยังคงเป็นภารกิจหลัก โดยใช้แนวทางทางธรรมชาติเป็นหลัก และใช้สาร Dispersant เท่าที่จำเป็น ภายใต้คำแนะนำของกรมควบคุมมลพิษ จากการตรวจสอบพบคราบลักษณะฟิล์มบางในระยะ 1.8 ไมล์ทะเลจากจุดเรือจม และจางลงเมื่อเทียบกับวันก่อน
.
การปฏิบัติในทะเลมีการใช้เรือ RIB และ RHIB ตรวจสอบแนวคราบน้ำมัน รวมถึงเรือหลวงมันนอกและเรือ ต.114 ตีกวนและฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อเร่งการแตกตัวของคราบ พร้อมรายงานการใช้สารเคมีตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
.
ในโอกาสเดียวกัน เลขาธิการ ศรชล. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ทั้งทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ และทางทะเลบนเรือหลวงมัตโพน เพื่อติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ พร้อมเดินหน้าบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ รัดกุม และไม่ให้สถานการณ์ขยายวงกว้างต่อไป