นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย มาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการยกระดับผิวถนนพร้อม
ปรับปรุงบ่อพัก บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ช่วงเขาตาโล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันตก ระยะทางรวม 16 กิโลเมตร
โดยมี นายอนุวัตร ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาล พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ แสนทวีสุข ผอ.ส่วนจัดการระบบป้องกันและระบายน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักช่างสุขาภิบาล นายบุญทวี สังขรอาจ หัวหน้าฝ่ายบำรุงรักษาระบบระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
นายปรเมศวร์ เปิดเผยว่า เมืองพัทยาได้ดำเนินโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันตก ระยะทาง 16 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงกิโลเมตรแรกทางฝั่งห้วยใหญ่ดำเนินการแบบ Overlay หลังจากนั้นจะเป็นการทำ Recycling ทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการบริเวณแยกหนองเกตุใหญ่
ทั้งนี้ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟช่วงเขาตาโล ถือเป็นจุดที่มีระดับต่ำสุดลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเกิดฝนตกหนักมักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง รถไม่สามารถสัญจรได้ แม้จะมีการติดตั้งป้ายเตือนห้ามผ่าน แต่ยังพบผู้ฝ่าฝืนทำให้เกิดเหตุรถจมน้ำ และส่งผลต่อภาพลักษณ์เมืองพัทยา ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงน้ำรอการระบาย
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมืองพัทยาจึงดำเนินการยกระดับผิวถนนจากเดิม 30 เซนติเมตร เป็น 60 เซนติเมตร ความกว้าง 7 เมตร พร้อมบดอัดดินไหล่ทางกว้าง 3 เมตร ระยะทางรวม 275 เมตร เริ่ม
ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 มีนาคม 2569 หลังจากนั้นจะทำการ Overlay เพื่อเชื่อมต่อกับถนนช่วงที่เหลือ โดยไม่ดำเนินการ Recycling ในจุดดังกล่าว
นายกเมืองพัทยา กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อกังวลของประชาชนว่า เดิมพื้นที่ดังกล่าวมีท่อระบายน้ำขนาดกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร อยู่แล้ว แม้จะเป็นท่อเก่า แต่ได้ทำเครื่องหมายกำหนดตำแหน่งไว้ หลังจากดำเนินการ Overlay เสร็จ จะทำการเจาะเปิดเพื่อให้น้ำสามารถระบายลงท่อได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำอาจล้นท่อจากฝั่งตะวันออกไหลลงฝั่งตะวันตกตามธรรมชาติ แต่จะไม่ท่วมขังยาวนาน โดยการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เมืองพัทยาได้ดำเนินโครงการวางท่อระบายน้ำและก่อสร้างบ่อสูบน้ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 หากเฟส 1 และเฟส 2 แล้วเสร็จและใช้งานร่วมกัน จะสามารถตัดน้ำที่จะไหลลงฝั่งตะวันตกได้เป็นจำนวนมาก
ในอนาคตยังมีแผนดำเนินโครงการเชื่อมต่อในพื้นที่ถนนสุขุมวิท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาพรวมทั้งระบบ แม้งบประมาณตามแผนกรมโยธาธิการจะต้องใช้วงเงินหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเมืองพัทยาไม่สามารถกู้เงินในส่วนนั้นได้ แต่ได้จัดสรรงบประมาณทั้งจากงบอุดหนุนและงบของเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพที่มี ซึ่งการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ ต้องดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน
/นิราช/ นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645









