สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำภูเก็ต ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบและจับกุมขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตาม
พฤติการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน สืบเนื่องจากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติ เป็นชาวเยอรมัน ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยใช้รูปแบบการเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้าแต่ในความเป็นจริงได้ลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน โดยเรียกเก็บค่าบริการในราคาสูงเป็นหลักแสนบาทต่อคน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต และพบเรือใบหรูต้องสงสัยลำหนึ่ง จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชายสัญชาติเยอรมันทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ภายใต้บริษัทที่เปิดดำเนินการในลักษณะให้เช่าเรือแต่มีการนำเรือไปใช้ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายในเรือพบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันจำนวน 6 คน
จากการสอบถามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ให้การว่าได้จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ และได้ชำระเงินค่าบริการทั้งหมดล่วงหน้าผ่านบริษัทดังกล่าว โดยเป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 11 วัน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้จัดทริปและบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด จึงถือเป็นการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่จับกุม บริเวณทะเลอันดามัน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องพร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และ “ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ อันเป็นความผิดตามมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2535”
จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่า ในพื้นที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย โดยใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือหรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทยที่ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตและเป็นธรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเล
/จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต









