ตำรวจชุดสืบสวนภาค7สืบสวนจังหวัดนครปฐมสืบสวนเมืองนครปฐมไช้เวลาไม่ถึง72.ช.ม.ตามรวบตัวคนร้ายควงอาวุธปืนบุกเดี่ยวชิงทองคำร้านทองออโรร่าในห้างบิ๊กซีไช้เวลาลงมือก่อเหตุไม่ถึง5นาทีได้ทองคำไปถึง23เส้นน้ำหนัก46บาทมูลค่ากว่า3.6ล้านบาท คนร้ายรับสารภาพจะนำเงินไปไช้หนี้การพนัน
วันที่.14.มี.ค.69 เวลา.16.30.น พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ,พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.จง.นครปฐม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7, ชุดสืบสวนจังหวัดนครปฐม, ชุดสืบสวนสภ. เมืองนครปฐม ได้รายงานให้ผบช.ภ.7 หลังงานบวงสรวงพระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งภาค 7 ลงพื้นที่ปิดล้อม บ้านชั้นเดียวในพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุชิงทองโดยใช้อาวุธปืนจี้บังคับพนักงานร้านทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซี สาขานครปฐม ได้ชิงสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 2บาท จำนวน 23 เส้นมูลค่ากว่า3.5ล้านบาท ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเปิดทางหลบหนี ไปขึ้นรถจักรยานยนต์
ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาค์สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดตรงประตูทางออกบิ็กซีด้านหลังขี่หลบหนีไปตามถนนเพชรเกษม และยูเทิร์นกลับรถเส้นจระเข้น้อย ตรงกันข้ามกับโฮมโปร ผ่านวงเวียนศาลากลางนครปฐม มุ่งหน้า ผ่านดอนเสาเกียรติ ออกถนนเส้นใหญ่พระประโทน-บ้านแพ้ว ผ่านวัดสะแก จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่อ.บ้านแพ้ว ด้วยความชำนาญ เมื่อคืนวันที่11 มีค.69 หลังจากก่อเหตุ
จากนั้นในวันที่ 12 มีนาคม 69 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร. ลงมากำชับให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายรายนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน และผู้ประกอยการในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งเป็นแบบแผนในการประมวลพฤติกรรมคนร้ายเพื่อหาแนวทางในการป้องกันปิดจุดอ่อนนั้น
วันที่ 14 มีนาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าชุดทำงานสืบสวนติดตามคนร้ายประกอบด้วยสืบสวนสภ.เมืองนครปฐม สืบสวนจังหวัดนครปฐม สืบสวน กก.1 สส.ภ.7 ไล่กล้องวงจรปิด และติดตามที่มาของสิ่งเทียมปืน ยี่ห้อ ”ZORAKI“ MOD 914 -TD AUTO ปืนแบลงค์กัน (Blank Gun) ประเทศตุรกี ใช้กระสุนขนาด 9มม.(P.A.K.) และชุดติดตามสร้อยคอทองคำที่มีสัญลักษณ์ AURORA ที่ตะขอ ว่ามีใครนำมาขายหรือไม่ ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม, จ.สมุทรสาคร ,จ.สมุทรสงคราม จ.ราชบุรี ,จ.เพชรบุรี
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดได้เลขทะเบียนรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายขับผ่านกล้องหน้าศาลจังหวัดนครปฐม แล้วชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ใช้ในการขี่มาก่อเหตุซึ่งเป็นชื่อของผู้หญิง จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงขอหมายศาลจังหวัดนครปฐมอนุมัติหมายจับเบื้องต้นทราบชื่อ
นายสมชาย ซุ่ยหิรัญ (เพชร)อายุ 56 ปี เลขที่211 ม.1 ต.หลักสี่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ในข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดย ทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งนั้นเข้าไป โดยแปลงตัวหรือปลอมตัว เป็นผู้อื่น มอบหน้าที่หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพา ทรัพย์นั้นไป หรือให้เพื่อพ้นการจับกุม
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7พร้อมด้วยกับชุดพิสูจน์หลักฐาน7 ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ดังกล่าวทำการตรวจค้นหาทรัพย์ที่ผู้ก่อเหตุได้ชิงไป จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อ นำสร้อยคอทองคำทั้งหมดใส่ในแกลลอนน้ำมันเครื่องซ่อนไว้ภายในบ้าน ในตู้เสื้อผ้า
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐาน จากการสอบถามเบื้องต้นทางผู้ต้องหา ได้สารภาพว่าที่ทำไปเพราะติดการพนันหลังจากก่อเหตุเสร็จจะรอให้เรื่องเงียบแล้วจะเอาทองไปขาย และบอกอีกว่าถ้าในวันนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสวนมาแล้วตนถูกยิงก็ยอมตายแต่ถ้าหนีได้ ก็จะรอดและจะปลดหนี้อย่างสบายใจ ทั้งผู้ต้องหาได้สารภาพอีกว่าก่อนหน้านี้ได้มาดูลาดเลา ที่ห้างทองออโรร่าเห็นว่าน่าจะง่ายต่อการชิงทรัพย์เพราะไม่มีที่กั้น มันง่ายกับการก่อเหตุ หลังจากนั้นในวันเดียวกันกับการก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านทางด้านศาลากลางนครปฐมส่วนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกางเกงขาสั้นหมวกกันน็อกสีน้ำเงินรถคันเดิมแต่ติดป้ายทะเบียน เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างโฮมโปรที่ดงกล้วยและทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าสวมเสื้อเชิ้ตลายแขนยาวกางเกงวอร์มแถบน้ำเงินรองเท้าผ้าใบสีดำหมวกกันน็อคที่เห็นสีดำนั้นเนื่องจากว่าตนได้ใช้เทปสีดำปิดทั้งหมวก และใส่กระเป๋าคาดเอว และทิ้งถุงไว้บริเวณตรงจุดดังกล่าว
หลังจากก่อเหตุเสร็จก็มุ่งหน้ากลับรถหน้าโฮมโปรแล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์วิ่งผ่านศาลากลางเส้นเดิมเหมือนที่ตอนมาก่อเหตุ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานลายนิ้วมือและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีต่อไป









