พรรคเศรษฐกิจ” จับมือ ตัวแทน BRICS แถลงข่าวเสนอทางออกลดราคาน้ำมัน หนุนเปิดนำเข้าเสรี-ลดภาษีเต็มรูปแบบ ยกเลิกกองทุนน้ำมัน พร้อมประสาน BRICS จัดหาน้ำมันราคาถูกทำได้จริงทันที

วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคเศรษฐกิจได้แสดงจุดยืนด้านนโยบายพลังงาน โดยมุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันและการเปิดความร่วมมือระหว่างประเทศ

นายคริส โปตระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยสส.พีรพล กนกวลัย สส. อังสณา เนียมวณิชกุล เปิดเผยว่า พรรคได้หารือร่วมกับผู้แทนกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เพื่อแสวงหาแนวทางนำเข้าน้ำมันเสรีในราคาที่เหมาะสมเข้าสู่ประเทศไทย โดยการหารือดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากที่พรรคได้อภิปรายในสภาเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

โดย นายภูมิพงศ์ จงสกุล โฆษกพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจจึงขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 3 ประการ ได้แก่

1 เปิดให้นำเข้าน้ำมันเสรี ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุน เพื่อลดราคาน้ำมันได้ 7-10 บาท

2 ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันทันที จากอัตราปัจจุบันที่เก็บประมาณลิตรละ 7 บาท

3 ยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับน้ำมัน เพื่อลดราคาขายปลีกเพิ่มเติม เพื่อลดราคาลิตรละ 2 บาท

พรรคประเมินว่า หากดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างครบถ้วน จะสามารถลดราคาน้ำมันลงได้ประมาณ 16–19 บาทต่อลิตร แม้รัฐอาจสูญเสียรายได้ในระยะสั้น แต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจพร้อมทำหน้าที่ประสานงานกับกลุ่ม BRICS ในการจัดหาน้ำมันจากตลาดโลกทันที หากรัฐบาลแสดงความพร้อมในการดำเนินนโยบายดังกล่าว พร้อมเสนอให้มีการทบทวนบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อระบบพลังงานของประเทศ

ด้าน ดร.มีชัย เถาเจริญ ในฐานะผู้แทน BRICS ประเทศไทย พร้อมด้วย Mr. Iurii Filatov ที่ปรึกษา ผู้แทน BRICS Thailand International Alliance ระบุว่า ความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก โดยเฉพาะรัสเซีย มีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นได้จริง หากรัฐบาลไทยแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจน และสามารถนำไปสู่การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานด้านพลังงานของทั้งสองประเทศในลำดับถัดไป

พรรคเศรษฐกิจยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดค่าครองชีพ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทยในระยะยาว