ตะวันออกกลาง และผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย” จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิชาการ 14 ตุลา ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์
นอกจากสาระความรู้แล้ว สิ่งที่ทำให้ผมดีใจเป็นพิเศษคือ การได้พบกับ คุณพ่อปราโมทย์ นาครทรรพ (ท่านเป็นคุณพ่อของเพื่อนเซนต์คาเบรียลที่คบกันมาอย่างยาวนานถึง 53 ปี) และยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศหลายท่าน ดังนี้ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ทนง ขันทอง ศ.พลโท ดร.สมชาย วิรุฬหผล รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ดร.เมธี จันท์จารุภรณ์ อาจารย์ชัยพันธ์ ประภาสะวัต คุณสุมิตรา ไสร้อยยะ และพี่ๆ อีกหลายท่าน เช่น พี่ป๋อง พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร พี่เธียรธรรม เธียรสิริไชย
ผมได้ร่วมรับฟังมุมมองจากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อีกสองท่าน ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่:
• สว. พี่ชิพ จิตนิยม : ในฐานะรองประธานกรรมาธิการต่างประเทศ และผู้ดำเนินการอภิปรายในวันนี้ ท่านได้ดำเนินการรายการโดยให้วิทยากรฉายภาพให้เห็นถึงความจำเป็นที่ไทยต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นความขัดแย้งระดับโลก
• สว. มณีรัตน์ เขมะวงศ์ : กับการนำเสนอ “แนวคิดการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่” ซึ่งเป็นมุมมองสำคัญในการปรับตัวของสังคมไทยให้ก้าวทันวิกฤติ และสร้างความมั่นคงในระดับฐานราก
ข้อมูลจากวิทยากรทั้งหมด ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า “ความเข้มแข็งต้องเริ่มจากภายใน คือ :
1. พลังงานพึ่งพาตนเอง: การนำวัสดุเหลือใช้รอบตัวมาผลิตพลังงาน เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดวิกฤติพลังงานรุนแรงจากผลกระทบของสงคราม
2. ปลูกต้นไม้มีค่า ปลดหนี้ชาวนา: โมเดลการสร้างรายได้สัมประสิทธิ์อักษรจากการปลูกต้นไม้เพื่อส่งออก เป็นทางออกรูปธรรมที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
เกร็ดความรู้และมุมมองในวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมตั้งใจจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปขยายผลและผลักดันต่อในหลายมิติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและทิศทางการพัฒนาประเทศ
ขอขอบคุณพี่พิพัทธ์ ชนะสงคราม ที่ปรึกษาของผม ที่ชวนมาร่วมงานในครั้งนี้ และขอขอบคุณพี่ผึ้ง จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว. ของผม ที่มาร่วมเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อไปขยายผลในวงกว้างต่อไป
ปฏิมา จีระแพทย์
สมาชิกวุฒิสภา









