ทส.แถลงความคืบหน้า คดีพะยูนถูกตัดหัวเกาะยาว ยืนยันตายตามธรรมชาติ – หัวถูกตัดหลังเสียชีวิต รมว.ทส. “กำชับตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท! เร่งตามตัวผู้กระทำผิด”

(วันนี้ 12 เมษายน 2569) เวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ติดตามความคืบหน้าพร้อมแถลงข่าวกรณีพบซากพะยูนเกยตื้นและถูกลักลอบตัดส่วนหัว ในพื้นที่อ่าวท่าเขา ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา

ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า เป็นพะยูนเพศผู้โตเต็มวัย ความยาวประมาณ 233 เซนติเมตร (ไม่รวมหัว) น้ำหนักราว 120 กิโลกรัม เสียชีวิตจากภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังและขาดอาหารเป็นเวลานาน “ไม่พบหลักฐานการถูกล่าหรือการตายจากเครื่องมือประมง” อย่างไรก็ตาม ตรวจพบบาดแผลบริเวณลำคอที่ถูกตัดด้วยของมีคม โดยไม่มีรอยช้ำหรือเลือดคั่ง ยืนยันว่าเป็นการตัดภายหลังการเสียชีวิต (post-mortem) และคาดว่าผู้กระทำมีความชำนาญในการใช้เครื่องมือและมีความรู้ด้านกายวิภาคของสัตว์

ขณะที่ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะยาว พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามเส้นทางของชิ้นส่วนที่หายไป และเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 50,000 บาท สำหรับผู้ให้เบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าสงวน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดหัวพะยูน สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันที

ทั้งนี้ สถานการณ์พะยูนในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะน่าห่วงอย่างยิ่ง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าจำนวนประชากรลดลงต่อเนื่อง จากราว 248 ตัวในปี 2566 เหลือเพียงประมาณ 114–150 ตัวในช่วงปี 2568–2569 สะท้อนแนวโน้มลดลงมากกว่าครึ่งภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ขณะเดียวกัน พะยูนซึ่งเคยอาศัยหนาแน่นบริเวณเกาะลิบง จังหวัดตรัง ได้เริ่มอพยพขึ้นสู่พื้นที่ตอนเหนือมากขึ้น เช่น ภูเก็ตและพังงา เนื่องจากแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารหลักเสื่อมโทรมจากผลกระทบของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ส่งผลให้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากกิจกรรมของมนุษย์เพิ่มขึ้น ทั้งอุบัติเหตุจากใบพัดเรือและการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินมาตรการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้โดรนสำรวจติดตาม การกำหนดเขตคุ้มครองชั่วคราว และการฟื้นฟูหญ้าทะเลในพื้นที่เป้าหมาย โดยพะยูนจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนตามกฎหมาย และถือเป็นดัชนีสำคัญของความอุดมสมบูรณ์ทางทะเล

หากประชาชนพบเห็นพะยูนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สามารถแจ้งสายด่วน 1362 ได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมย้ำถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและปกป้องทรัพยากรทางทะเลไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต