“นันทชาติ” ลุยหาดฟรีด้อม! ทวงคืนป่า 57 ไร่ ย้ำคำสั่ง ‘นายกฯ อนุทิน’ จัดการเด็ดขาดกลุ่มอิทธิพลฮุบสมบัติชาติ
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายมานิต เอกสุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต, นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงาน ส.ป.ก. กอ.รมน. และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการบุกรุกที่ดินบริเวณหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี
จากการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีพฤติการณ์บุกรุกที่ซับซ้อน โดยเริ่มจากกลุ่มบุคคลที่เข้ามาในฐานะคนดูแลที่ดินให้กับเจ้าของเดิมตั้งแต่ปี 2558 แต่หลังจากเจ้าของเดิมเสียชีวิตและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิมิชอบถูกดำเนินคดี กลุ่มผู้ดูแลกลับเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่เอง พร้อมดึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อขยายอาณาเขตและแสดงตนเป็นผู้ถือครองสิทธิบริเวณทางเข้าหาดเพียงผู้เดียว
โดยใช้ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เป็นภูเขาชันปิดกั้นเส้นทางเดินเท้าสาธารณะ แล้วจัดเก็บค่าผ่านทางจากนักท่องเที่ยวรายละ 200 — 300 บาท อ้างว่าเป็นค่าบำรุงรักษาและจัดการขยะ ทั้งที่มีความพยายามใช้เอกสารสิทธิปลอมสวมรอยในระบบฐานข้อมูลที่ดิน
โดยก่อนหน้านี้ ทางจังหวัดภูเก็ตภายใต้การอำนวยการของ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด พบการบุกรุกชัดเจนรวมเนื้อที่กว่า 57 ไร่ นำไปสู่การดำเนินการตรวจยึดและร้องทุกข์กล่าวโทษรวมทั้งสิ้น (23 คดี) ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการทำลายจุดยุทธศาสตร์ทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสั่งการโดยตรงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีนโยบายเอาจริงอย่างเด็ดขาดกับผู้ทำผิดกฎหมายในยุคของรัฐบาลชุดนี้ โดย
กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานพนักงานสอบสวนเพื่อรัดกุมคดีที่ยังล่าช้า และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าไม้และชายหาดสาธารณะให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติและประชาชนสืบไป









