ลักลอบขนยาไอซ์และคีตามีนล็อตมหึมา กว่า 1.7 ตัน รวมมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท ตามนโยบายการบริหารราชการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้
กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.
กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล, พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม
ผู้ต้องหา
1.นายวิทยา หรือติ๊กฯ อายุ 30 ปี
2. นายพงษศักดิ์ หรือศักดิ์ฯ อายุ 45 ปี
3. นายอนุชา หรือนิวฯ อายุ 38 ปี
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 1,687 กิโลกรัม
2. คีตามีน จำนวนประมาณ 50 กิโลกรัม
3. รถพ่วงบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย 1 คัน
4. รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า 1 คัน
5. โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง
มูลค่ารวมกว่า 210,000,000 บาท
โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน
1. ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ
2. ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
วันเวลาเกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น.
สถานที่เกิดเหตุ ตรวจค้น/จับกุม
บริเวณหน้าริมถนนสาธารณะหน้าตลาดแห่งหนึ่ง ต.ดอนทอง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก
พฤติการณ์แห่งการจับกุม
สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น “นักบิน” ที่ลักลอบ ขนยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลต่อมา พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอยในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้ดัดแปลงช่องสำหรับเก็บของเหลวให้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ซึ่งได้ตระหนักว่า หากยาเสพติดจำนวนมากมายนั้น หลุดรอด จากการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของประชาชน จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาและทำการสืบสวนต่อไป
กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอยขึ้นไปรับยาเสพติด จากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชนต่อไป ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย คันที่เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ขับผ่านมา ซึ่งจากการสะกดรอยและสังเกตการณ์ พบว่ามีรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า อีกคันหนึ่ง ขับตามกันมาในลักษณะเป็นรถนำรถตาม เพื่อตรวจการณ์และอำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด ขับผ่านมายัง ตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ที่เกิดเหตุ มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และใช้ยุทธวีธีในการเข้าตรวจค้น / จับกุม ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถบรรทุกฯ พบยาเสพติดจำนวนมหาศาลเป็นยาไอซ์ประมาณ 1,687 กิโลกรัม และคีตามีน ประมาณ 50 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของเหลวซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ดัดแปลงไว้เพื่อใช้สำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป
***********************************************
: กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล









