มุกดาหาร – 11/06/69 เกิดเหตุสลดใจซ้ำซ้อนในสังคมไทย เมื่อสองพี่น้องสู้ชีวิตโร่ร้องเพจดังให้ช่วยเหลือ หลังถูกพ่อแท้ๆ ทาสยาบ้าย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่พอตำรวจลากคอพ่อเข้าคุก กลับถูก “คุณย่า” ด่าทอทั้งวันทั้งคืน ก่อนไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี โทษฐานทำลูกชายสุดที่รักต้องสิ้นอิสรภาพ จนทั้งคู่ต้องหอบเสื้อผ้าหนีตายมาเช่าห้องพักอาศัยนอกบ้าน
ย้อนรอยภัยเงียบในครอบครัว: พ่อแท้ๆ สันดานดิบ ย่ำยีลูกสาวมาราธอน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายทรงสิทธิ์ สาระกิจ เจ้าของเพจเฟบุก “ทรงสิทธิ์ (ลุงเตชิน) สาระกิจ” ได้รับเรื่องร้องทุกข์อันน่าหดหู่ใจจาก “น้องเอ” (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี และ “น้องบี” (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาว ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่พากันหนีตายมาขอความช่วยเหลือให้อพยพออกจากบ้านและพาเข้าแจ้งความ
วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายสาคร (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาบ้าเป็นประจำเกิดอารมณ์ใคร่ พยายามจะบุกเข้าข่มขืนน้องบี (ลูกสาวคนเล็กวัย 17 ปี) แต่โชคดีที่เหยื่อขัดขืนและรอดมาได้ ทว่าเมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผย ความจริงอันแสนเจ็บปวดก็หลั่งไหลออกมา เมื่อ “น้องเอ” พี่สาวคนโตเปิดใจว่า ตนเองก็เคยตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ของพ่อแท้ๆ รายนี้มาตั้งแต่อายุ 13 ปี และ 17 ปี รวมแล้วถึง 2 ครั้ง
หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ไม่นิ่งนอนใจ บุกรวบตัวนายสาครคาบ้านพักในวันถัดมา พร้อมส่งตัวฝากขังดำเนินคดีในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา” ทันที
ไร้ที่ซุกหัวนอน: ย่าบังเกิดเกล้าไล่ตะเพิด เหตุโกรธที่ทำลูกชายติดคุก
เรื่องราวควรจะจบลงด้วยความปลอดภัยของเด็กสาวทั้งสอง แต่ฝันร้ายระลอกสองกลับเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “คุณย่า” ซึ่งเป็นมารดาของนายสาคร เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ลูกชายถูกจับกุม และไม่สามารถประกันตัวออกมาได้ ย่าบังเกิดเกล้าแทนที่จะปกป้องหลาน กลับหันมาลงทัณฑ์เด็กสาวทั้งสองด้วยวาจาที่เชือดเฉือน ด่าทอสาปแช่งทั้งวันทั้งคืน หาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายต้องติดคุก พร้อมทั้งประกาศตัดญาติขาดมิตร ไล่ทั้งสองคนออกจากบ้าน และสั่งให้ไปเปลี่ยนนามสกุล
“คุณย่าโมโหมากที่ประกันตัวลูกชายไม่ได้ เลยมาลงที่พวกหนู หาว่าพวกหนูทำลูกเขาติดคุก ไล่หนีออกจากบ้าน บอกให้ไปเปลี่ยนนามสกุลด้วย หนูทนถูกด่าทอไม่ไหว และรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าต้องอยู่ต่อ เลยตัดสินใจพากันย้ายออกมา”
— น้องเอ (พี่สาววัย 20 ปี) กล่าวด้วยน้ำตา
สู้สุดใจในห้องเช่ารูหนู แบกรับภาระเพื่อความปลอดภัย
หลังจากทนรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของย่าอยู่ประมาณ 7 วัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาสองพี่น้องได้ตัดสินใจเก็บข้าวของที่จำเป็น เดินทางออกจากบ้านพากันมาเช่าห้องพักเล็กๆ อยู่ในชุมชนตาดแคน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามลำพัง
น้องเอเปิดเผยต่อว่า แม้การออกมาอยู่ข้างนอกจะทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าห้องเช่าและค่าน้ำค่าไฟ แต่อย่างน้อยก็แลกมาด้วยความปลอดภัยและความสบายใจ เพราะหากดันทุรังอยู่ที่เดิม นอกจากจะบอบช้ำทางจิตใจแล้ว ยามค่ำคืนที่กลับมาจากทำงานก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
ขณะนี้ สองพี่น้องต้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง โดยอาศัยแรงกายและแรงใจพยุงกันและกันให้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ
วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน









