เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นาย กัมพล ตันสัจจา ประธาน สวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในกิจกรรมปลอกและผ่าผลมะพร้าวทะเล (Coco de Mer) จำนวน 12 ลูก ซึ่งถือเป็นพืชหายากระดับโลกและมีมูลค่าประมาณลูกละ 100,000 บาท โดยเปิดให้เห็นน้ำและเนื้อภายในผล ซึ่งเป็นภาพที่พบเห็นได้ยาก เนื่องจากผลมะพร้าวทะเลมีมูลค่าสูงและมักถูกเก็บรักษาไว้เพื่อการขยายพันธุ์
กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของสวนนงนุชพัทยาในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์มะพร้าวทะเล พืชหายากที่มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะ เซเชลส์ และได้รับการบันทึกว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก
นายกัมพล เปิดเผยว่า สวนนงนุชพัทยาได้รวบรวมพันธุ์มะพร้าวทะเลจากหมู่เกาะเซเชลส์มาเป็นเวลานาน โดยในอดีตได้รับอนุญาตให้นำเมล็ดเข้ามาครั้งละ 2 เมล็ด ก่อนนำมาเพาะปลูกและขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมะพร้าวทะเลรวม 90 ต้น แบ่งเป็นต้นโต 35 ต้น และต้นกล้า 55 ต้น
สำหรับมะพร้าวทะเลเป็นพืชแยกเพศ ต้องมีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียจึงจะสามารถติดผลได้ โดยสวนนงนุชพัทยาถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่สามารถเพาะเลี้ยงและผสมเกสรจนให้ผลผลิตได้สำเร็จ โดยใช้วิธีผสมเกสรด้วยมือ ส่งผลให้อัตราการติดผลสูงถึง 90-100 เปอร์เซ็นต์
นายกัมพล กล่าวว่า ในธรรมชาติ มะพร้าวทะเลอาจใช้เวลานานถึง 60 ปีจึงจะให้ผลผลิต แต่ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้น้ำและปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ต้นที่ปลูกในสวนนงนุชพัทยาสามารถให้ผลได้ภายในระยะเวลาประมาณ 20 ปีเศษ
ส่วนผลมะพร้าวทะเลทั้ง 12 ลูกที่นำมาปลอกในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการพัฒนาจนพร้อมงอกเป็นต้นกล้า โดยเมล็ดจะเริ่มสร้างรากก่อนเจริญเติบโตเป็นต้นอ่อนในลำดับต่อไป
ทั้งนี้ มะพร้าวทะเลเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตยาวนานมาก โดยใช้เวลากว่า 30 ปีจึงออกผลครั้งแรก ผลสุกใช้
เวลาประมาณ 7 ปี และสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 400 ปี ขณะที่มูลค่าของผลแต่ละลูกถูกประเมินไว้ราว 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม สวนนงนุชพัทยาไม่มีนโยบายจำหน่าย แต่จะเก็บรักษาไว้เพื่อการขยายพันธุ์และแลกเปลี่ยนกับสวนพฤกษศาสตร์ต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พืชหายากชนิดนี้ในอนาคต
นายกัมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนนงนุชพัทยามีแผนปลูกต้นกล้ามะพร้าวทะเลที่มีอยู่กว่า 50 ต้นเพิ่มเติมภายในพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งอนุรักษ์และขยายพันธุ์มะพร้าวทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต
/นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645









