เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2569 ดร.กิตติพงศ์ สีเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ ร่วมให้การต้อนรับ ประธานคณะกรรมการ ผศ.ดร.เกษร สำเภาทอง อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์ และคณะในโอกาสลงพื้นที่สำรวจชุมชนสุขภาพดีเชิงประจักษ์ (Site Visit) ณ ชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายดิเรก ภาคกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมเป็นเกียรติและประธานกล่าวต้อนรับคณะกรรมการฯ ในการประกวดพื้นที่ต้นแบบดีเด่นชมรมผู้สูงอายุ ด้านการแพทย์แผนไทย (รอบชิงชนะเลิศ) ระดับประเทศ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางคล้า สาธารณสุขอำเภอบางคล้า การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เจ้าหน้าที่กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลเสม็ดใต้ เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลบางคล้า เจ้า
หน้าที่แพทย์แผนไทยโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง สมาร์ทแอนสตรองจากใจกล้าประเทศญี่ปุ่นมหาลัยธรรมศาสตร์มหาลัยราชภัฎราชณนครินทร์ สสว.2 สกร.เสม็ดใต้ภาคีเครือข่าย ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคศาสนา ภาคการปกครองและภาครัฐ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงในมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา คณะผู้บริหาร ประธานสภา อบต. สมาชิกสภา อบต. ชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ อผส. บริษัทไทยแอร์โรว์ มหาวิทยาลัยราชภัฎราช
นครินทร์ คุณครู นักเรียนบ้านหนองโสน สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ โรงเรียนแก่นเสม็ดใต้ อสม. และชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ จำนวน 300 คนเพื่อนำเสนอและรับการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของชมรมผู้สูงอายุด้านการแพทย์แผนไทยในการคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบดีเด่นชมรมผู้สูงอายุด้านการแพทย์แผนไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมสำรวจความพร้อมการจัดบริการคลินิกอายุวัฒนะและชุมชนสุขภาพดี ซึ่งมีคณะกรรมการร่วมลงพื้นที่ ได้แก่ ผศ.ดร.เกษร สำเภาทอง อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนางรัชนี บุญเรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย นางอัจฉรา เชียงทอง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และทีมงานจากสถาบันอายุวัฒนะ
ชมรมแห่งนี้ มีการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยการบูรณาการศาสตร์การแพทย์แผนไทยสู่ระบบดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนผ่านภาคีเครือข่าย เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย อาทิ อาหารพื้นถิ่น กินป็นยา น้ำสมุนไพร การพอกเข่าสมุนไพร นวดฝ่าเท้า นวดรักษา คอ บ่า ไหล่ ด้านสุขภาวะผู้สูงอายุร่วมดูแลผ่านภาคีเครือข่าย lTC. ภาวะสมองเสื่อม การคุมระดับน้ำตาล การดูแลสุขภาพช่องปาก ดูแลฟันผู้สูงอายุ โดยเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีและมีความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังต่อยอดสู่การผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชมรมผู้สูงอายุพึ่งพาตนเอง ได้แก่ นวัตกรรมไม้ตาลยืดชีวิต การสร้างรายได้จากการจัดกิจกรรมธนาคารขยะเพื่อสุขภาวะและสิ่ง
แวดล้อมที่ยั่งยืน ส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่โดดเดี่ยว สุขภาพจิตในองค์รวมสะท้อนให้เห็นว่าการแพทย์แผนไทยมิได้เป็นเพียงทางเลือกด้านสุขภาพ หากแต่เป็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการรองรับสังคมสูงวัยของประเทศอย่างมั่นคงสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านอายุวัฒนะ (Longevity) และการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมาย Blue Zone Thailand เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี อายุยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
/…..สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา









