ระทึกกลางดึก! เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ย่านบางกอกใหญ่ วอด 1 คูหา โชคดีไร้เจ็บ-เสียชีวิต

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ภายในซอยเพชรเกษม 4 แยก 15 เขตบางกอกใหญ่ ช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่บ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายทั้งหลัง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.นันทวุฒิ ศรีอาวุธ สารวัตร (สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเพชรเกษม 4 แยก 15 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร จึงประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยธนบุรี พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบและระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น บ้านเลขที่ 288/21 พบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งจากบริเวณชั้นล่าง เจ้าหน้าที่เร่งวางหัวฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติสำหรับสนับสนุนการดับเพลิง ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายในเวลาประมาณ 20 นาที และป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นายอานนท์ อายุ 35 ปี ผู้พักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านต้นเพลิง และเป็นผู้เข้าช่วยเหลือคนแรก เปิดเผยว่า ขณะกำลังนั่งอยู่ภายในบ้าน มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาบอกว่าเกิดไฟไหม้ จึงรีบออกมาดู พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นล่างของบ้านหลังเกิดเหตุ จึงรีบนำถังดับเพลิงจากบ้านเข้าไปช่วยฉีดสกัดเพลิง ก่อนที่ชาวบ้านหลายคนจะช่วยกันนำถังดับเพลิงมาร่วมระงับเหตุ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากเชื้อเพลิงภายในบ้านมีจำนวนมาก

นายอานนท์กล่าวว่า รถดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงเดินทางมาถึง ระหว่างนั้นเพลิงได้ลุกลามจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในบ้านมีการเก็บสะสมกล่องกระดาษ ยางรถจักรยาน และอะไหล่จักรยานจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของบ้านเป็นหญิงอายุประมาณ 75 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพัง สามารถออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังอยู่ในอาการตกใจและไม่สามารถสื่อสารรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ได้

ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้ข้อมูลตรงกันว่า บ้านหลังนี้เคยเปิดกิจการจำหน่ายและรับซ่อมรถจักรยาน แต่ได้เลิกกิจการไปแล้ว เนื่องจากเจ้าของมีอายุมาก อย่างไรก็ตาม ภายในบ้านยังคงมีรถจักรยาน อะไหล่ รวมถึงยางรถจักรยานเก็บสะสมไว้เป็นจำนวนมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่และไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในอาคาร เพื่อรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับความเสียหายเบื้องต้น พบว่าอาคารต้นเพลิงได้รับความเสียหายทั้งคูหา รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านถูกเพลิงเผาวอดทั้งหมด ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้ และต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญต่อไป.