จังหวัดภูเก็ตบูรณาการทุกภาคส่วน ลุยตรวจเข้มสถานประกอบการทั่วจังหวัด

ยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัย เน้นทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้า และความปลอดภัยของประชาชน–นักท่องเที่ยว

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการในกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี พลตำรวจตรี สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ตและอำเภอกะทู้

ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ระดมทุกภาคส่วนลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบทางหนีไฟให้มีความชัดเจน ไม่มีสิ่งกีดขวาง ประตูหนีไฟต้องสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา อุปกรณ์ดับเพลิงต้องมีเพียงพอ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องอยู่ในสภาพปลอดภัย รวมถึงวัสดุตกแต่งภายในอาคารต้องเป็นวัสดุที่ทนไฟ ไม่ใช้วัสดุติดไฟง่าย เช่น โฟมหรือวัสดุซับเสียงที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากบทเรียนของเหตุอัคคีภัยที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก มักเกิดจากการกีดขวางทางหนีไฟ การล็อกประตูทางออก และการใช้วัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย จังหวัดจึงกำชับให้สถานประกอบการทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง และจะมีการสุ่มตรวจเป็นระยะ เพื่อป้องกันการกลับมาล็อกทางหนีไฟหรือวางสิ่งกีดขวางที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ด้าน พลตำรวจตรี สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบสถานประกอบการเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะการควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้บริการให้เหมาะสมกับความจุของสถานที่ เพื่อให้สามารถอพยพได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งแนะนำผู้ประกอบการให้จัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) ด้านความปลอดภัย ทั้งระบบไฟฟ้า ป้ายทางหนีไฟ สิ่งกีดขวาง และอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งสามารถขอคำปรึกษาจากฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะได้ตรวจสอบสถานประกอบการรวม 4 แห่ง ประกอบด้วยพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต 2 แห่ง และอำเภอกะทู้ 2 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับสถานประกอบการที่มีนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการจำนวนมากเป็นลำดับแรก เนื่องจากหากเกิดเหตุฉุกเฉินอาจก่อให้เกิดความสูญเสียในวงกว้าง

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบและสุ่มตรวจสถานประกอบการทุกแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการตรวจสอบทางหนีไฟ ประตูทางออก ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย และการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดภูเก็ต