จากประเด็นข่าวและภาพประกอบของการเมืองชุมชน ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี (รองไมค์) รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 (นรต.43) ในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่ยุคดิจิทัลสามารถนำมาวิเคราะห์และขยายผลเชิงลึกเกี่ยวกับก้าวสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดังนี้
วิกฤตขาดแคลนพนักงานสอบสวน ปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวน เป็นแผลเรื้อรังของวงการตำรวจไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ **ภาระงานล้นมือ พนักงานสอบสวนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบคดีจำนวนมาก ทำให้เกิดความเครียดสะสม และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำสำนวน ทำให้ประชาชนรอนาน
“Police Care” (จบ ครบ ในแอปเดียว) ทางออกเชิงรุกแพลตฟอร์ม การขับเคลื่อนของ พล.ต.อ.นิรันดร ในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีมาทำลายข้อจำกัดเดิม ๆ โดยการสร้างระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน : *ลดขั้นตอนและงานเอกสาร: แพลตฟอร์มนี้น่าจะเข้ามาช่วยจัดระบบ คัดกรอง และบริหารจัดการข้อมูลคดีเบื้องต้น ซึ่งช่วยลดเวลาการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงานสอบสวน *เพิ่มการเข้าถึงของประชาชน : คำว่า “จบ ครบ ในแอปเดียว” สะท้อนถึงการรวมบริการสำคัญไว้ในที่เดียว เช่น การติดตามสถานะคดี, การนัดหมายพนักงานสอบสวนล่วงหน้า หรือการแจ้งเบาะแส ซึ่งช่วยลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางมาที่โรงพักโดยไม่จำเป็น และ *ยกระดับความโปร่งใส : ระบบดิจิทัลช่วยให้กระบวนการตรวจสอบสถานะมีความชัดเจน ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้ ลดข้อครหาเรื่องความล่าช้าหรือการทุจริต
นัยยะทางการเมืองและการบริหาร การที่สื่อส่วนกลางอย่างเดลินิวส์พาดหัวชื่นชมและให้ฉายาแนว “ดาวประดับฟ้า” พร้อมเน้นย้ำตำแหน่ง “อาวุโสอันดับ 1” มีนัยยะสำคัญในเชิงการบริหารองค์กรดังนี้ : การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำยุคใหม่: เป็นการพิสูจน์ว่า พล.ต.อ.นิรันดร ไม่ได้โตมาตามระบบอาวุโสเพียงอย่างเดียว แต่มี “ผลงานเชิงประจักษ์” ที่จับต้องได้และตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ใต้บังคับบัญชา ความพร้อมในการนำองค์กร: การแก้ปัญหาโครงสร้างใหญ่ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยนวัตกรรม เป็นการตอกย้ำความพร้อมในทุกมิติ ทั้งศักยภาพ บารมี และวิสัยทัศน์ หากต้องก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด (ผบ.ตร.) ในอนาคต และ การปรับภาพลักษณ์ (Rebranding) ตำรวจไทย: เปลี่ยนภาพจำจากระบบราชการที่ล่าช้าและเข้าถึงยาก ให้กลายเป็นองค์กรที่ทันสมัย ใส่ใจ (Care) และพึ่งพาได้ผ่านสมาร์ทโฟน
หากมองผ่านมุมมองการบริหารองค์กรและการคัดเลือกผู้นำสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) การที่พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี (รองไมค์) ได้รับการยอมรับว่ามีคุณสมบัติที่เด่นชัดทั้งในมิติ “บู๊” (งานปฏิบัติการ/สายงานหลัก)และ “บุ๋น” (งานวิชาการ/ยุทธศาสตร์/นวัตกรรม) ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญยิ่งในการนำพาองค์กรตำรวจยุคใหม่ บทสรุป: ทำไม “เก่งทั้งบู๊และบุ๋น” ถึงเหมาะกับตำแหน่ง ผบ.ตร. ยุคนี้
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ต้องการเพียงแค่ “นักรบ” ที่ปราบปรามอาชญากรรมเก่ง หรือ “นักวิชาการ” ที่นั่งวางแผนอยู่ในห้องแอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการ “ผู้บริหารระดับสูง (CEO)” ที่เข้าใจทั้งศาสตร์การต่อสู้หน้างาน และศิลปะการนำเทคโนโลยีมาปฏิรูปรบบ การที่ พล.ต.อ.นิรันดร มีคุณสมบัติครบทั้ง 2 มิติ ประกอบกับสถานะ “อาวุโสอันดับ 1” จึงทำให้ท่านมีความพร้อมสูงยิ่งในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. เพราะ สั่งการสายบู๊ได้:มีบารมีและประสบการณ์ภาคสนามรองรับ และ บริหารสายบุ๋นเป็น:มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มและนวัตกรรมเพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรม คุณสมบัติของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี (รองไมค์) ที่ “สะกดใจคนได้ทั้งสองฝั่ง” แบบนี้ จึงถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและตอบโจทย์ความท้าทายของตำรวจไทยในยุคศตวรรษที่ 21 ได้เป็นอย่างดีครับ
พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี (ชื่อเล่น: บิ๊กไมค์) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นนายตำรวจระดับสูงที่มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านงานป้องกันปราบปราม กฎหมาย และเป็นหัวหอกในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบข้อมูลประวัติส่วนตัวและการศึกษาวันเกิด: 19 พฤศจิกายน 2510การศึกษา: สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จากนั้นเข้าศึกษาต่อเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 27 และนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 43เส้นทางการรับราชการเริ่มต้นรับราชการและสั่งสมประสบการณ์ทั้งในสายงานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน และงานสอบสวน ก่อนจะขยับขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผบช.รร.นรต.)ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผลงานที่โดดเด่นด้านการปราบปราม: เป็นผู้นำทัพกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศอย่างจริงจัง สามารถจับกุมและทลายเครือข่ายใหญ่ได้มากมายด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร: นำแนวคิดดิจิทัลมาพัฒนาระบบ เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care และบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานกับกรมการขนส่งทางบกและกรมศุลกากร เพื่อสกัดกั้นและตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดด้วยอายุราชการที่ยังเหลืออีกยาวนาน ทำให้ พ.ต.อ.นิรันดร ถูกจับตามองให้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตระดับอาวุโสอันดับต้นๆ สำหรับการชิงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
ทีมข่าวการเมืองชุมชน………………………………………………………รายงาน









