อุกอาจ! แก๊งวัยรุ่นยกพวกบุกไล่ฟันกลางซอยประชาอุทิศ 21 เจ็บ 2 ราย หนุ่ม 16 ถูกฟันท้ายทอยสาหัส ตำรวจเร่งล่ามือมีด

เกิดเหตุอุกอาจกลางชุมชน เมื่อกลุ่มวัยรุ่นนับ 6-7 คน พร้อมอาวุธมีดพร้าและอาวุธปืน บุกไล่ทำร้ายคู่อริบริเวณหน้าลานจอดรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาอุทิศ 21 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หนึ่งในนั้นถูกฟันเข้าที่ท้ายทอยเป็นแผลฉกรรจ์ ขณะที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.04 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 โดยผู้บาดเจ็บทั้งสองรายถูกพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี ก่อนที่อาสาสมัครกู้ภัยจะเดินทางมาถึงฃฃ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุประมาณ 6-7 คน ขี่รถจักรยานยนต์หลายคันมาที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นคู่อริของกลุ่มผู้เสียหาย ก่อนใช้อาวุธมีดพร้าและอาวุธปืนเข้าก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จากนั้นได้พากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายรวม 6 คน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด

นางสาวหมู มารดาของ นายอุดมทรัพย์ แสงช้าง อายุ 16 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกฟันบริเวณท้ายทอย เปิดเผยว่า ขณะลูกชายกำลังเดินไปเอารถที่ลานจอดรถ ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ต้นคอและท้ายทอยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีพลเมืองดีบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายผิดตัว เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ก่อเหตุ แม้จะเคยเรียน กศน. แห่งเดียวกันกับหนึ่งในผู้ก่อเหตุก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้านนายอุดมทรัพย์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหลายคัน เพื่อนจึงเตือนว่าคู่กรณีมาแล้ว ไม่นานกลุ่มดังกล่าวก็วิ่งเข้ามาใช้อาวุธมีดฟันตน พร้อมพูดทำนองว่า “มึงจะเอาพวกกูเหรอ” ก่อนลงมือทำร้าย ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับกลุ่มผู้ก่อเหตุ รู้จักเพียงหนึ่งคนเพราะเคยเรียนสถานศึกษาเดียวกันเท่านั้น

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นายดนัยณัฎฐ์ กมลศิล หรือ “ต้า” อายุ 17 ปี ถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณแขนขวา ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์

ด้าน ร.ต.อ.นราศักดิ์ วงค์โปทา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว