มุกดาหาร – เกิดเหตุสลดส่งท้ายวัน ชายวัย 52 ปี ชวนภรรยามาเกี่ยวหญ้าให้วัวหลังเลิกงาน พลัดตกบ่อน้ำร้างกลางป่าหญ้ารกชัฏลึกกว่า 5 เมตร ภรรยาพยายามยื่นมือช่วยแต่ดึงไม่ไหว ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยรุดเข้าตรวจสอบพบหมดสติคอพับ ก้นบ่อแคบ-ไร้อากาศหายใจ สุดยื้อเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกลงไปในบ่อน้ำร้าง บริเวณซอยตาดแคน 1 ถนนตาดแคนพัฒนา ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมกู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร รุดเดินทางไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่รกร้าง มีหญ้าขึ้นหนาแน่นและสูงท่วมหัว บริเวณปากบ่อน้ำร้างพบนางสีดา โคตรสขึง ยืนร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจและอยู่ในอาการตื่นตระหนก ตรวจสอบภายในบ่อน้ำซึ่งมีความกว้างเพียง 50 เซนติเมตร และลึกประมาณ 5 เมตร โดยมีน้ำขังอยู่ก้นบ่อลึกราว 2 เมตร เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายสุริยา โคตรสขึง อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านท่าใคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร สภาพยืนคอพับ หมดสติอยู่ก้นบ่อ
เนื่องจากปากบ่อน้ำมีความคับแคบมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจจึงต้องใช้แผนเผชิญเหตุ โดยการหย่อนเชือกเซฟตี้ทำเป็นบ่วงจำนวน 2 เส้นลงไปคล้องกับร่างของผู้ประสบภัย ก่อนจะนำปลายเชือกด้านบนผูกยึดกับคานไม้ แล้วช่วยกันออกแรงดึงร่างของนายสุริยาขึ้นมาจากบ่อน้ำร้างได้สำเร็จ
แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ประสบภัยไม่มีชีพจร และได้เสียชีวิตลงก่อนหน้านี้แล้ว
จากการสอบถาม นางสีดา ภรรยาของผู้ตาย เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ตนเองและสามีทำงานก่อสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียงกับซอยดังกล่าว หลังจากเลิกงานเมื่อเวลา 17.00 น. จึงได้ชวนกันมาเกี่ยวหญ้าบริเวณนี้เพื่อนำไปเลี้ยงวัวที่บ้านจำนวน 2 ตัว ระหว่างที่กำลังเกี่ยวหญ้าอยู่นั้น สามีมองไม่เห็นบ่อน้ำร้างเนื่องจากมีหญ้าขึ้นปกคลุมหนาแน่น จนทำให้ก้าวพลาดพลัดตกลงไปในบ่อ
ตนพยายามเข้าช่วยเหลือโดยการยื่นมือลงไปฉุดดึงสามีขึ้นมา แต่เนื่องจากสามีเป็นคนรูปร่างอ้วนและบ่อน้ำลึกมาก จึงไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดี น้ำในบ่อมีปริมาณมาก ประกอบกับบ่อแคบทำให้อากาศหายใจไม่พอ สามีเริ่มมีอาการทรุดลง ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่ทันการณ์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจมุกดาหารได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อให้แพทย์นิติเวชทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการมอบร่างให้ญาติรับกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป.
/พิชยดา โพธิ์กลางนสพ.การเมืองชุมชนรายงาน









