อาจารย์วิศวะฯสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติฯ ม.มหิดล แนะรีไซเคิลยางรถยนต์อย่างถูกวิธี รีไซเคิลได้ แต่ต้องควบคุมให้ดี กุญแจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร. เอริกา พฤฒิกิตติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้เผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการ โดยเผยว่า “การรีไซเคิลช่วยลดขยะและนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกระบวนการจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเสมอไป หากโรงงานควบคุมไม่เหมาะสม อาจเกิดฝุ่น เสียง น้ำเสีย กลิ่นเหม็น รวมถึงความเสี่ยงจากไฟไหม้และการระเบิดได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรีไซเคิลยางรถยนต์ ซึ่งยางรถยนต์ไม่ได้มีเพียงเนื้อยาง แต่ประกอบด้วยยางประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักทั้งหมด รวมทั้งลวดเหล็ก เส้นใยสิ่งทอ คาร์บอนแบล็ก ซิลิกา กำมะถัน และสารเติมแต่งหลายชนิด ดังนั้น การรีไซเคิลจึงต้องผ่านหลายขั้นตอนเพื่อแยกวัสดุและควบคุมมลพิษอย่างเหมาะสม

1. การย่อยและบดเป็นเม็ดยาง
ขั้นตอนเริ่มจากการตรวจสอบสภาพยาง แยกลวดขอบยาง ย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก แยกเหล็กด้วยแม่เหล็ก แยกเส้นใยด้วยระบบลม และบดเป็นเม็ดยางหรือผงยางที่เรียกว่า Ground Tyre Rubber หรือ GTR
วัสดุที่ได้สามารถนำไปผสมยางมะตอย ทำพื้นสนามกีฬา ผสมคอนกรีตเพื่อช่วยรับแรงกระแทกและลดการสั่นสะเทือน หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมในอุตสาหกรรมบางประเภท
มลพิษที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ฝุ่นยาง ฝุ่นเส้นใย ฝุ่นโลหะ เสียงดัง และน้ำเสียจากการล้างระบบ โรงงานจึงควรปิดครอบเครื่องจักร ติดตั้งระบบดูดฝุ่นและถุงกรอง ใช้ฉนวนกันเสียง และรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัด

ภาพ 1. แสดงกระบวนการผลิตยาง GTR การใช้ประโยชน์ และการควบคุมมลพิษ (ที่มา: Gemini AI)

2. การทำให้ยางเก่ากลับมาอ่อนตัว
กระบวนการดีวัลคาไนเซชัน หรือ Devulcanization เป็นการทำให้ยางเก่าอ่อนตัว เพื่อนำกลับไปผสมกับยางใหม่ โดยลดพันธะกำมะถันในเนื้อยางด้วยความร้อนและแรงเฉือน สารเคมี ไมโครเวฟ หรือจุลินทรีย์และเอนไซม์
ข้อดีคือช่วยลดการใช้ยางใหม่และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม หากควบคุมไม่ดี อาจปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือก๊าซไข่เน่า และสารประกอบกำมะถันที่มีกลิ่นรุนแรง หากใช้สารเคมี อาจเกิดน้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ย่อยสลายยากด้วย
การควบคุมควรเริ่มจากการใช้อุณหภูมิ เวลา และแรงเฉือนที่เหมาะสม เพราะความร้อนสูงหรือใช้เวลานานเกินไปจะทำให้เกิดกลิ่นมากขึ้น โรงงานควรใช้ระบบผลิตแบบปิด ติดตั้งระบบดูดอากาศเฉพาะจุด และบำบัดอากาศด้วยระบบสครับเบอร์ ถ่านกัมมันต์ หรือระบบกรองชีวภาพ พร้อมตรวจวัดกลิ่น ก๊าซไข่เน่า และสารอินทรีย์ระเหยง่ายอย่างสม่ำเสมอ

ภาพ2 : แสดงกระบวนการดีวัลคาไนเซชันยางเก่าให้กลายเป็นยางใหม่ (ที่มา: Gemini AI)

3. การเผาแบบไร้ออกซิเจน
กระบวนการไพโรไลซิส หรือ Pyrolysis เป็นการให้ความร้อนแก่ยางในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ผลิตภัณฑ์ที่ได้ ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซเชื้อเพลิง และถ่านคาร์บอน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์และก๊าซจากกระบวนการอาจมีสารกำมะถัน สารอินทรีย์ระเหยง่าย สารอินทรีย์กึ่งระเหยง่าย และโลหะหนัก หากก๊าซรั่วออกจากเตาหรือท่อ อาจทำให้เกิดกลิ่นรุนแรงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ก๊าซบางชนิดยังไวไฟ หากอากาศรั่วเข้าสู่ระบบอาจเกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้
แนวทางควบคุมที่สำคัญคือใช้เตาและท่อส่งก๊าซแบบปิด ป้องกันการรั่ว ควบแน่นไอน้ำมันให้มีประสิทธิภาพ และบำบัดก๊าซด้วยสครับเบอร์สำหรับก๊าซไข่เน่าและสารประกอบกำมะถัน ร่วมกับถ่านกัมมันต์สำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่าย ก๊าซที่ไม่ควบแน่นควรนำกลับไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือเผาทำลายอย่างควบคุม

ภาพ3 : แสดงกระบวนการเผายางรถยนต์แบบไร้ออกซิเจน (ที่มา: Gemini AI)

รีไซเคิลได้ แต่ต้องควบคุมให้ดี
การรีไซเคิลยางรถยนต์ช่วยลดขยะและลดการใช้ทรัพยากรใหม่ได้ แต่โรงงานต้องมีระบบควบคุมฝุ่น กลิ่น น้ำเสีย เสียง และความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การรีไซเคิลเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยไม่สร้างภาระให้แก่พนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม