วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี
คุณมาย และ คุณฮารุ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียหาย กรณีแอปฯ “หมอพร้อม” ที่ปรากฎชื่อผู้เสียหายในระบบว่ามีการไปรักษาพยาบาล ทั้งที่ไม่เคยไปใช้บริการ จะเดินทางเข้าร้องเรียน และปรึกษา ก่อนรวมตัวจี้หน่วยงานชี้แจงและรับผิดชอบ รวมทั้งเอาผิด หลังพบว่าตอนนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า 80 คน แล้วในกลุ่ม Line
คุณฮารุ กล่าวว่า เรื่องเกิดเพราะว่าตนเข้าไปเช็คการฉีดวัคซีนโควิดในแอปหมอพร้อมปรากฏว่าในนั้นบอกว่าตนได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีและได้มีการเบิกยา 100 เม็ด ถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นยาโพลีบำรุงเลือด ซึ่งตนไม่เคยมีอาการหรือว่าเป็นโรคดังกล่าวที่จะต้องใช้ยานี้ และไม่เคยไปรักษา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อตนมาแต่ก็มีพยาบาลที่ถามผ่าน อสม. ปรากฏว่าเบอร์ที่เค้ามีก็ผิดและบ้านเลขที่ที่เขามีก็ผิด ติดต่อตนไม่ได้ สิ่งที่ถูกคือเลขประจำตัว 13 หลักและชื่อของตนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อต้นมามีเพียงแค่สปสชที่ติดต่อมาถามชื่อนามสกุลแล้วก็หายไป ซึ่งตอนนี้ตนก็ห่วงประกันสุขภาพเพราะว่าตนได้ทำประกันแล้ว เมื่อถึงเวลาเคลมมันจะเคลมได้หรือไม่ หากถึงเวลาเวลานั้นจริงๆด้านตนก็ปรึกษาเพื่อนที่ทำประกันซึ่งเพื่อนของตนหนึ่งปีส่งประกันเป็น 10,000,000 พอไปเช็คจริงๆก็โปรเหมือนกันว่าตัวของเพื่อนตนได้ไปรักษาเนื้องอกที่การกาญจนบุรี เค้าจึงไปปรึกษาตัวแทนประกันทางตัวแทนประกันเค้าบอกว่าถ้าแบบนี้มีปัญหากับการเคลมประกัน ซึ่งทางประกันแนะนำให้เค้าไปดีเคตัวเองคือการไปหาหมอคนดังกล่าวว่าตัวเค้าไม่เคยไปรักษาโลกนี้กับหมอคนนี้หรือที่โรงบาลนี้เลย ซึ่งตนคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาของประชาชนที่จะไปแก้ไขตรงนี้เลย
คุณมาย กล่าวว่า ตนเจอจากแอปทางรัฐ ตอนที่ตนเข้าไปในแอปกรอกข้อมูลเรียบร้อย และยืนยันว่าจะตรวจสุขภาพ แล้วแอปทางรัฐก็จะเด้งออก พอเข้าไปใหม่ก็ไม่สามารถเข้าแอปได้แล้ว พอตนไปถอนสิทธิ์ออกมาแอปก็สามารถใช้ได้ปกติแต่ข้อมูลของตนไปอยู่ในนั้นทั้งหมด โดยในตอนแรกเลยตอนที่เข้าไปเช็กและมีการรักษาที่สปสชตนจึงโทรไปถาม ว่าอันนี้ใช้สิทธิ์ 30 บาทหรือ กองบัญชีกลาง ทางสปสชก็แจ้งว่าใช้ของกองบัญชีกลาง
คุณภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ กล่าวว่า ทางเราก็ไม่ทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ปรากฏออกมาได้ยังไงที่บอกว่าเค้าไปรักษากับสปสช ซึ่งประเด็นมันอยู่ที่มีการตรวจและมีการจ่ายยา ซึ่งมันจะมีจริงหรือไม่โดยข้อมูลตอนนี้มีผู้เสียหาย 80 คน เขาก็ให้ข้อมูลมาตอนนี้ 40 คนซึ่งคุณฮารุเป็นแกนนำการให้ข้อมูล ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจเยอะมาก เช่นมีคนเข้าไปสวมสิทธิ์การรักษาเนื้องอกสามครั้ง และบางคนก็มีการตรวจร่างกายซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ
ตรวจมะเร็งปากมดลูกก็มี ตรวจเยอะแยะแต่ก็ไม่ตรงกับเจ้าของชื่อ แล้วก็มีหนึ่ง ในผู้เสียหายที่มาจากแอปหมอพร้อมโดยระบุว่าเป็นโรคหลอดเลือดในสมองหลังจากที่สอบถามเจ้าตัวแล้วสรุปได้ว่าเค้าไม่ได้เป็น โรคดังกล่าวเลย ทางเราหลังจากที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง เราได้เห็นผู้รู้ระบบทางสาธารณสุข อาจจะเกิดจากเคพีไอที่เข้าไปกดดัน เจ้าหน้าที่พลาดและกรอกข้อมูลเข้าไปให้ไม่ตรง หากเป็นรุ่นน้องระดับล่างจะไปกรอก เคพีไอที่เป็นเท็จให้กับประชาชน ผิดพลาดขนาดนั้นเลยหรือไม่ ทางมูลนิธิจะทำขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมผู้เสียหาย ซึ่งตอนนี้ทางสาธารณสุขได้ จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทางเราจะจัดทำหนังสือไปหนึ่งฉบับ หากท่านตรวจหาข้อเท็จจริงเสร็จแล้วเราก็อยากให้ท่านดำเนินการทางวินัย และอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ แค่ท่านสอบและจบไป เพราะบางคนก็ยังไม่ทำประกันหากเค้าไปทำประกัน ประกันอาจจะมาตรวจสอบข้อมูลและจะทำให้เค้าไม่สามารถทำประกันได้ และในกรณีคนที่ทำประกันไปแล้วในระหว่างทาง หากเค้าไปเคลมประกันก็จะไม่สามารถเคลมประกันได้ หากมีการสอบประวัติการตรวจย้อนหลังและไปพบโรค ที่เค้าไม่ได้เป็นประกันก็ต้องให้เค้าไปดีแคร์ ซึ่งประชาชนต้องรับภาระตรงนี้ไปชี้แจงด้วยหรือไม่









