สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน วันสตรีไทย ประจำปี 2569

วันนี้ 1 ส.ค.68 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน วันสตรีไทย ประจำปี 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็น “วันสตรีไทย” นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยทรงพระราชทานพระราชานุญาต ให้ใช้ “ดอกกล้วยไม้ คัทลียา ควีนสิริกิติ์” เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทย และได้พระราชทานแนวพระราชดำริหน้าที่สำคัญเบื้องต้นของสตรีไทย 4 ประการ ได้แก่ พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้ดี รักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น ซึ่งสตรีไทยสามารถน้อมนำกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาตนเอง อันส่งผลให้ครอบครัว สังคมไทย และประเทศไทยมีความสุข ความเจริญ นำไปสู่การพัฒนาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และสตรีไทยจะเป็นที่ยกย่องชื่นชมของสังคมโลกได้ต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท ความสามารถ และคุณค่าของสตรีไทย กระทรวง พม. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และภาคีเครือข่าย ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกันจัดงาน “วันสตรีไทย” เป็นประจำทุกปีโดยในปีนี้ ได้จัดงาน “วันสตรีไทย” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งการจัดงานในปีนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 อีกด้วย พร้อมตอกย้ำบทบาทของสตรีไทยในฐานะพลังสำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ และการร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานสตรีไทย ประจำปี 2569 และพระราชทานเข็มสตรีไทยดีเด่นให้กับสตรีไทยดีเด่น จำนวน 156 ราย และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น จำนวน 15 ราย จากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสตรีไทยจากทั่วประเทศที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก โดยเป็นผู้มีความประพฤติปฏิบัติดี ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต มีสถานภาพครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ดี มีการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสร้างสรรค์ชุมชน ท้องถิ่น สังคม เป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบุคคลทั่วไป โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และนางจิราภรณ์ โมสิกรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี นายธรรมศาสตร์ ระดมกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี ทหาร ตำรวจ ผู้แทนศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เฝ้าร่วมรับเสด็จ

นางลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า: “การจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙ นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธาน นำความปลาบปลื้มมาสู่คณะกรรมการและสตรีไทยทุกคน ภารกิจสำคัญคือการคัดเลือกสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น เพื่อยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ โดยสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ จะยังคงมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”

ภายในงาน สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้จัดนิทรรศการ “70 ปี สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์” ถ่ายทอดบทบาทการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยทั้งในประเทศและระดับสากล ควบคู่กับนิทรรศการเชิดชูเกียรติผู้ได้รับรางวัล และการสาธิตภูมิปัญญาไทย เช่น การร้อยมาลัย การแกะสลัก และนาฏศิลป์ไทย ไฮไลต์สำคัญของงานคือการจัดแสดงผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า อาทิ: ผ้าไทยโบราณในราชสำนัก: โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผ้าภูมิปัญญาท้องถิ่น: ผ้าย้อมสีบัวแดง (อุดรธานี), ผ้าปาเต๊ะปักลาย (ระนอง), ผ้าไหมแพรวา (กาฬสินธุ์), ผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากญเนศ ไทยดีไซน์ (แพร่) งานดีไซน์ร่วมสมัย: ผลงานจาก Petch Boutique และชุดผ้าชาวเขาจากห้องเสื้อพิจิตรา มรดกวัฒนธรรมระดับโลก: ชุดเคบาย่า (ภูเก็ต) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในฐานะมรดกวัฒนธรรมร่วมของ ๕ ประเทศสมาชิกอาเซียน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า:“งานนี้สะท้อนพระราชปณิธานในการส่งเสริมบทบาทสตรีผ่านการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การปักแซว (ศรีสะเกษ), การทอผ้าไหมมัดหมี่พิมาย (นครราชสีมา), ผ้าทอไทลื้อ (เชียงราย), เครื่องแต่งกายชนเผ่าเมี่ยน (กำแพงเพชร) และบาติกลวดลายร่วมสมัย (ยะลา) รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และร้าน ‘ทอฝัน by พม.’ ซึ่งช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย ยุติความรุนแรง และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม”