ศธ. โดย นายอัครนันท์ รมช.ศึกษาธิการ (ซึ่งเป็นคนเมืองกาญจน์โดยกำเนิด) ได้ลั่นวาจาประกาศกร้าวกลางงานว่า “ศธ. ยุคนี้จะรับไม้ต่อเอง!” พร้อมให้คำมั่นสัญญาอย่างดุดันว่า ต่อจากนี้ภาครัฐจะไม่
ปล่อยให้ประชาชนทำงานและสู้เพียงลำพังอีกต่อไป โดย ศธ. จะกระโจนเข้าบริหารจัดการส่งทั้งครู บุคลากร งบประมาณ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเติมเต็มให้พร้อมที่สุดทันทีตอกย้ำความดุดันปิดท้าย รมช.ศึกษาธิการ ประกาศสั่งลุยชนปัญหาเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าในโรงเรียนและชุมชนห่างไกลที่ยืดเยื้อมานาน เพื่อพิสูจน์ว่าภาครัฐยุคใหม่จะทำงานเชิงรุก และจะไม่ยอมให้พลังน้ำใจตลอด 434 วันของประชาชนต้องสูญเปล่า
น้ำใจไม่มีวันแห้งแล้งตามภูมิอากาศ! ปักหมุดเดินหน้าทลายความเหลื่อมล้ำและวิกฤตภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่ชายขอบอย่างดุดัน ณ ศาลาปฏิบัติธรรมพิมพา ธรรมาวรานุคุปต์ วัดปรังกาสี ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี นายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ต้องนำทีมข้าราชการในพื้นที่ตบเท้าเข้าร่วมพิธีรับมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ครั้งประวัติศาสตร์ ที่พุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยแล้งอย่างตรงจุด
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ต้องตบเท้าลงพื้นที่ตัดริบบิ้นรับมอบ “ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกาญจนบุรี หน่วยบริการทองผาภูมิ” ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากพลังศรัทธาของ “เพจอีจัน” (มูลนิธิเพจอีจัน) และภาคีเครือข่าย 434 วันแห่งหยาดเหงื่อ… ที่รัฐเคยละเลยศูนย์ศึกษาพิเศษแห่งนี้ไม่ได้สร้างเสร็จด้วยปลายนิ้วหรือคำสั่ง
การในห้องแอร์อันหรูหรา แต่ตอกเสาเข็มด้วยหยาดเหงื่อและความอดทนยาวนานถึง 434 วันเต็ม! เพื่อทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำที่กั้นขวาง “เด็กพิเศษ” และผู้ปกครองในพื้นที่ชายขอบทองผาภูมิพื้นที่ที่เคยถูกตัดขาดจากโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพียงเพราะคำว่า “ห่างไกลและทุรกันดาร”พร้อมดุดันขั้นสุด! สั่งรื้อระบบ ลุยแก้ไฟฟ้าโรงเรียนถิ่นทุรกันดารไม่พูดเปล่า!
รมช.ศึกษาธิการ ตอกย้ำความดุดันด้วยการประกาศเปิดศึกชนปัญหาเชิงพื้นที่ ทุบโต๊ะสั่งลุยแก้ปัญหาคลาสสิกอย่าง “ระบบไฟฟ้าในโรงเรียนและชุมชนห่างไกล” ที่มืดมนมานาน เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐมนตรีและข้าราชการยุคนี้จะไม่ทำตัวเป็นไอ้เสือกระดาษ แต่จะเดินหน้ายกระดับชีวิตเด็กๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพราะน้ำใจตลอด 434 วันของประชาชน คือบทเรียนราคาแพงที่เตือนสติภาครัฐว่า…
“จากนี้ไป ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง! ของขวัญแห่งชีวิตทั้งหมดนี้จึงถูกจัดสรรและส่งต่อไปยังพื้นที่วิกฤตสายเหนือของจังหวัดกาญจนบุรีทันที 4 อำเภอ รวด! ได้แก่ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี อำเภอไทรโยค และอำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน ทุรกันดาร ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน และต้องเผชิญวิบากกรรมภัยแล้งจนชาวบ้านแทบไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้
คือบทพิสูจน์อันทรงพลังว่า ในยามที่ประชาชนคนรากหญ้าต้องเผชิญความยากลำบากแสนสาหัส พลังของภาคเอกชนและสื่อมวลชนอย่างอีจันไม่เคยนิ่งดูดาย พร้อมกระโจนเข้าอุ้มชูและเติมเต็มส่วนขาดที่ภาครัฐยังเอื้อมไปไม่ถึง ตอกย้ำภาพความสวยงามของ “สังคมแห่งการแบ่งปัน” บนผืนแผ่นดินเมืองกาญจน์ให้เด่นชัดและสะเทือนไปถึงหัวใจคนไทยทั้งประเทศ!
/นายสาธิต แสงส่อง / รายงาน
คนข่าว – หนังสือพิมพ์การเมืองชุมชน









