ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ให้เร่งกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนไทย ทั้งลักลอบหนีคดีจากต่างประเทศ และกลุ่มที่ลักลอบเข้าไทยเพื่อก่อเหตุข้ามชาติ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต กรณีได้รับทราบจากแหล่งข่าวว่า ได้มีบุคคลสัญชาติสวีเดนซึ่งเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมอันตรายซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการแก็ง call center ได้หลบหนีเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต ร่วมกันจับกุม Mrs.Felicia สัญชาติสวีเดน เป็นบุคคลที่มีหมายจับต่างประเทศ ตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) ในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์คือ ในช่วงต้นปี 2565 ผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการกว่า 14 คน ได้ร่วมกับนในการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท Finance และเจ้าหน้าที่ธนาคาร ทำการโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินกว่า 163 ครั้ง โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต สืบสวนจนพบว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. Mrs.Felicia ซึ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและเดินทางไปพื้นที่ ตำบลวิชิต เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปทำการตรวจสอบและเมื่อพบ Mrs.Felicia จึงทำการแสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลของ Mrs.Felicia ในระบบ (Biometrics) พบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 69 ทางด่านท่าเทียบเรือศุลการกรระนอง ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 69 และได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรที่ ตม.จว.ภูเก็ต อนุญาตถึงวันที่ 31 ส.ค. 69 ซึ่งทาง ผบก.ตม.6 ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว Mrs.Felicia ส่งตม.จว.ภูเก็ต และผลักดันกลับไปยังประเทศสวีเดนตามขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวว่า สตม. ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ









