วันนี้ (29 สิงหาคม 2569) เวลา 09.30 น. ณ โรงแรม Wyndham Jomtien Pattaya ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา เรื่อง “นโยบายการ
บริหารสู่การปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนบทบาทภารกิจของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 สิงหาคม 2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี, นายอำเภอสัตหีบ, นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, คณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การต้อนรับ
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับว่า จังหวัดชลบุรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับประธานรัฐสภา พร้อมคณะผู้บริหาร บุคลากร และผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรให้สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายนิติบัญญัติ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงการประสานงานและทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการทำหน้าที่ของสถาบันนิติบัญญัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
ด้านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570 เป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พร้อมนำนโยบายและวิสัยทัศน์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารสำนักงานฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 233 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน และบุคลากรจากสำนักต่าง ๆ โดยมีกิจกรรมทั้งการบรรยายเรื่อง “หลักการบริหารสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม” การสร้างสัมพันธภาพของบุคลากรในองค์กร ตลอดจนการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับนโยบายการขับเคลื่อนองค์กรสู่การปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนบทบาทและภารกิจของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ การสัมมนามุ่งให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สร้างความเข้าใจในเป้าหมายและทิศทางการทำงานร่วมกัน พร้อมนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและสนับสนุนภารกิจของสถาบันนิติบัญญัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน









