พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชนกรุงเทพมหานคร

ที่ได้รับความเดือดร้อน จากน้ำท่วมขังเวลานานกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงโปรดเกล้าฯให้ทหารราชวัลลภ 904 รักษาพระองค์ และหน่วยงานทหารกองทัพบก ในกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ร่วมกันดำเนินการแก้ไข เดิมก่อนปี 2560 กรุงเทพมหานคร ประสบปัญหาวิกฤตหนักคลองระบายน้ำตื้นเขิน มีผักตบชวาเต็มคูคลองเกินกำลังความสามารถของสำนักงานเขตที่จะดำเนินการได้ เมื่อฝนตกน้ำในหมู่บ้านต่างๆ ไม่สามารถลงคูคลองได้ จึงทำให้น้ำท่วมขังในชุมชนเป็นเวลานาน บางหมู่บ้านร่วม 1 เดือน น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ประชาชนเดือนลุยน้ำในบ้าน เกิดยุงลายจำนวนมาก โรคฉี่หนู และสัตว์มีพิษอื่นๆ ประชาชนต้องระมัดระวังตัว อีกทั้งเป็นอุปสรรคต่อการไปทำงาน เด็กและเยาวชนต้องไปโรงเรียน และมีผลกระทบไปถึงถนนสายต่างๆทำให้รถติดขัด เลิกงานกลับบ้านใช้เวลาถึงเย็นมาก ไม่สามารถดำเนินชีวิตในครอบครัวตามปกติได้ เป็นความยากลำบากทั่วกรุงเทพมหานคร ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงให้ทหารลงพื้นที่เพื่อเปิดทางน้ำไหล และกำจัดผักตบชวาตามคลองต่างๆ ให้หมดสิ้น ทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีความสุขความร่มเย็นเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสถึงประชาชนในกรุงเทพมหานคร เป็นความทราบกันโดยทั่วไปว่า “เมื่อทำให้แล้วให้ช่วยกันรักษา อย่างน้อยก็คงสภาพอยู่เท่ากับที่ได้พัฒนาให้แล้ว” ทุกวันนี้ชาวกรุงเทพมหานครมีความสุข ความสบายเกิดขึ้นตามสมควร การดำเนินการสำเร็จได้ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงวิริยะอุตสาหะ ตั้งใจมุ่งมั่น ถวายงานพระราชบิดา วันนี้พระองค์ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว พระองค์เสด็จมาโลกใบนี้เพื่อภารกิจทางธรรม จึงประสูติในตระกูลของกษัตริย์ระยะสั้น เพื่อมีโอกาสสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่คลายความทุกข์โศกของประชาชน ให้เป็นสุขและร่มเย็น แล้วเสด็จจุติในชั้นที่สุดของมหาพรหม เบิกบาน สว่างไสวในจักรวาล ยากคือคนธรรมดาจะหยั่งรู้และไปถึงได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้กับ ประชาชนของพระองค์ คือคติธรรม “ทำความดีด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นหัวใจการทำงานของจิตอาสาทุกภาคส่วน และร่วมกันกตัญญูด้วยการทำความดี ช่วยเหลือประชาชนเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระองค์ท่านตราบนิรันดร์