ตำรวจทางหลวงชลบุรี จับกุมชายวัย 41 ปี ตามหมายจับค้างเก่า 2 หมาย คดีฉ้อโกงประชาชนและบัญชีม้า หลังพบขับรถอยู่บนถนนสุขุมวิท พื้นที่นาจอมเทียน ตรวจสอบพบเส้นทางบัญชีถูกนำไปใช้รับเงินจากผู้เสียหายหลายพื้นที่ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยผลการจับกุม นายวุฒิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ลงวันที่ 11 กันยายน 2568 และหมายจับศาลจังหวัดลำปาง ลงวันที่ 7 มีนาคม 2568 รวม 2 หมาย
การจับกุมมีขึ้นบนถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ช่วง กม.158–159 ขาเข้าชลบุรี ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังตำรวจทางหลวงชลบุรีสืบสวนติดตามบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ และพบรถยนต์โตโยต้า สีดำ ต้องสงสัยใช้เส้นทางดังกล่าว จึงเข้าตรวจสอบ
นายวุฒิชัย คนขับ เมื่อตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับ 2 หมาย ในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาฉ้อโกงประชาชน การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า”
จากการสอบสวนเบื้องต้น ตามข้อมูลของตำรวจ ผู้ต้องหาให้การว่า ช่วงประมาณปี 2564 ขณะตกงานและไม่มีรายได้ ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ค่าจ้างประมาณ 3,000 บาท ก่อนบัญชีดังกล่าว จะถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ และนำไปสู่การแจ้งความออกหมายจับในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนขยายผลพบว่า ช่วงประมาณปี 2567 มีกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานตำรวจด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โฆษณาว่าสามารถช่วยผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ติดตามเงินคืน พร้อมจัดทำแอปพลิเคชันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อเข้าไป จะถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ กลายเป็นการ “หลอกซ้ำ” จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของตำรวจพบว่า บัญชีของผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในบัญชีที่ถูกนำไปใช้รับโอนเงิน โดยเบื้องต้นพบผู้เสียหายหลายรายในหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวนายวุฒิชัยส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ตำรวจทางหลวง ฝากเตือนประชาชนไม่ให้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำบัญชีของตนไปใช้ แม้จะได้รับค่าตอบแทน เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางก่ออาชญากรรมและเจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดี พร้อมเตือนให้ระวังเพจหรือบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจ เสนอช่วยติดตามเงินคืนจากคดีออนไลน์ เพราะอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่พยายามหลอกผู้เสียหายซ้ำ
/นิราช ทิพย์ศรี ชลบุรี









