ระทึก! ไฟไหม้รถ

กระบะติดคอกกลางลานจอดรถท้ายซอยประชาอุทิศ 33 ระดมถังดับเพลิงกว่า 10 ถังเอาไม่อยู่ ก่อนรถน้ำเข้าสกัดเพลิงสำเร็จเมื่อเวลา 17.13 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถกระบะติดคอก ภายในลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ บริเวณท้ายซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วนเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบเปลวเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกจากบริเวณห้องเครื่องยนต์ของรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน 2 ฒก 5966 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถกระบะติดคอก ด้านหลังกระบะบรรทุกแผ่นป้ายโฆษณาหลายแผ่น โดยเปลวเพลิงเริ่มลุกไหม้จากบริเวณหน้ากระโปรงรถ ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับสถานที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถซึ่งไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติหรือหัวจ่ายน้ำดับเพลิงในบริเวณใกล้เคียง ทำให้การระงับเหตุในช่วงแรกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างช่วยกันนำถังสารเคมีดับเพลิงมาสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร โดยใช้ไปแล้วประมาณ 10 ถัง แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้กระทั่งรถน้ำดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุเดินทางมาถึง พร้อมวางสายฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถระงับเพลิงไว้ได้สำเร็จ ท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

จากการสอบถาม นางพิม อายุ 43 ปี แม่ค้าขายหมาล่า ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุขณะตนกำลังนั่งรอลูกค้า สังเกตเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นบริเวณด้านหน้ารถกระบะในช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. โดยตอนแรกคิดว่าอาจมีคนเผาหญ้า จึงชวนลูกสาวเดินเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่พบใครอยู่บริเวณดังกล่าว และพบว่าควันเริ่มลอยออกมาจากใต้ฝากระโปรงรถมากขึ้นเรื่อย ๆตนจึงรีบเข้าไปแจ้งพนักงานร้านสะดวกซื้อให้ช่วยประสานแจ้งเหตุ ก่อนที่ไม่นานจะเริ่มเห็นแสงไฟจากเปลวเพลิง ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงพากันนำถังดับเพลิงเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางมาถึงและเข้าดำเนินการ

นางพิมยังระบุด้วยว่า ตั้งแต่เริ่มมาตั้งร้านก็เห็นรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่แล้ว โดยพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เข้ากะตั้งแต่เวลา 10.00 น. ก็พบว่ารถจอดอยู่ก่อนเช่นกัน จึงไม่ทราบว่ารถมาจอดตั้งแต่เวลาใดหรือเป็นของผู้ใด พร้อมกล่าวว่าในช่วงบ่ายวันเกิดเหตุมีสภาพอากาศร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับสาเหตุเพลิงไหม้หรือไม่ภายหลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่ารถกระบะได้รับความเสียหายบริเวณห้องเครื่องยนต์และภายในห้องโดยสาร ส่วนบริเวณเกิดเหตุไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่เจ้าของรถไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเพลิงไหม้

ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นบริเวณเกิดเหตุไว้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย