ผู้การออยนำทีมบุกทลายออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์กลางพัทยา รวบ 3 ผู้ต้องหา อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกเหยื่อสแกน QR Code โชว์ลีลาคุยอ้างเป็นตำรวจ
ตำรวจสืบสวนภาค 2 นำกำลังบุกทลายออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลางเมืองพัทยา จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย หลังพบพฤติการณ์แอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพว่าสามารถติดตามเงินคืนได้ ก่อนส่ง QR Code ให้สแกน เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพเคยทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชานานประมาณ 1 ปี ก่อนกลับมาเปิดออฟฟิศหลอกลวงประชาชนในประเทศไทย
พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 หรือ “ผู้การออย” นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 สนธิกำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจค้นออฟฟิศต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารและเอกสารที่เกี่ยวข้องหลายรายการ
จากการตรวจสอบพฤติการณ์เบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีรูปแบบการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปยังประชาชนซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ติดต่อไปสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าสามารถติดตามเงินที่ถูกหลอกไปกลับคืนมาได้ ก่อนส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า QR Code ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดในลักษณะใด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปทำงานกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และชักชวนกันมาเปิดออฟฟิศในพื้นที่เมืองพัทยา โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการติดต่อหลอกลวงประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ซิมการ์ดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 รายการ สมุดบันทึกข้อมูล 3 เล่ม สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และกระเป๋าเป้ 1 ใบ โดยนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบข้อมูลการติดต่อ ประวัติการใช้งาน และหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยจากการสอบสวน ผู้ต้องหาได้โชว์ลีลาการคุยกับผู้เสียหายเพื่อหลอกเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือเครือข่ายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เคยถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ให้เพิ่มความระมัดระวัง หากมีบุคคลติดต่อมาแอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เสนอช่วยติดตามเงินคืน พร้อมส่ง QR Code หรือให้ดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร อย่าหลงเชื่อหรือรีบทำตามคำแนะนำ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดผ่านช่องทางราชการโดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำอีกครั้ง









